หยุดฝันร้ายของผู้หญิง ! ด้วยวิธีการรักษา "ฝ้า" แบบอยู่หมัด

Posted on 2017-03-02

หยุดฝันร้ายของผู้หญิง ! ด้วยวิธีการรักษา

      ฝ้ามักเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ อัตราการเกิดฝ้าจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายสูงถึง 12 เท่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้ามีอยู่หลายสาเหตุ  เช่น ฮอร์โมน ในร่างกายของคนไข้มีการสร้างเม็ดสีมากผิดปกติ หรือเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยมากจะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์, พันธุกรรม ในผู้ป่วยบางรายที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้ามีโอกาสเป็นได้ประมาณ ร้อยละ 30-50, การแพ้เครื่องสำอางค์ หรือการรับประทานยาบางชนิด สาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อย คือ เกิดจากแสงแดด ที่มีทั้งรังสียูวีเอ ยูวีบี และ Visible light ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ บริเวณที่พบว่าเกิดฝ้าได้บ่อยคือ โหนกแก้มทั้งสองข้าง จมูก หนวด ในบางรายอาจลามไปทั่วใบหน้าก็ได้
       
    ฝ้าแบ่งเป็น 2 ชนิด ด้วยกันคือ

 

 1.ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังชั้นนอก สามารถรักษาให้หายได้ โดยใช้กรดผลไม้และกรดวิตามินเอ ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว ร่วมกับการใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone ซึ่งจะช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน แนะนำรักษาด้วยวิธี  การทำเลเซอร์และการทำทรีตเม้นท์ ซึ่งจะเห็นผลค่อนข้างเร็ว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมา 
 

 2.ฝ้าแบบลึก โดยฝ้าจะเกิดในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน รักษายากกว่าฝ้าแบบตื้น ซึ่งในปัจจุบันฝ้ายังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพียงแต่มีวิธีทำให้จางลงในระดับที่ดีที่สุดเท่านั้น การทำเลเซอร์มีบทบาทมากในฝ้าแบบลึกนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดหลังการรักษาด้วยวิธีต่างๆ คือการป้องกันการสร้างเม็ดสีที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ สำหรับครีมกันแดดที่เหมาะสมควรมี SPF 30 ขึ้นไป

 

ขอขอบคุณที่มา  http://www.tnews.co.th/