วิธีนำรถยนต์ออกไปขับนอกประเทศ ต้อนรับเปิดอาเซียน

Posted on 2017-03-04

วิธีนำรถยนต์ออกไปขับนอกประเทศ ต้อนรับเปิดอาเซียน

กำหนดการเปิดประชาคมอาเซียน 7 ประเทศ อย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2558  "พาสปอร์ตรถยนต์" กลายเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ได้รับความสนใจแก่ผู้ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจรไปทั่วภูมิภาคอาเซียน

ล่าสุดมีกระแสข่าวแชร์ในโลกโซเชียลมีเดีย ระบุว่า พาสปอร์ตรถยนต์ สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้ง 7 ประเทศ โดยไม่ต้องดำเนินการหรือทำเรื่องขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติมอีกทั้งสิ้น ซึ่ง ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกทั้งหมดและคลาดเคลื่อน

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า การนำรถยนต์ออกไปใช้นอกประเทศไทย ต้องดำเนินการทางทะเบียนรถให้ถูกต้อง ว่าด้วยการออกเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถเพื่อนำไปใช้ระหว่างประเทศ และยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขการนำรถเข้าประเทศด้วย ซึ่งอาจจะจำเป็นต้องแสดงเอกสารหลักฐานเป็นการเฉพาะ

ส่วนของหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ หรือ พาสปอร์ตรถ นั้น สามารถนำไปใช้ได้ในประเทศที่มีความตกลงร่วมกัน ซึ่งขณะนี้มีเพียง 2 ประเทศ คือ ประเทศลาว และ ประเทศกัมพูชา ส่วนของประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนยังไม่มีความตกลงในเรื่องนี้

แต่ทั้งนี้ ยังสามารถนำรถไปใช้ระหว่างประเทศได้เช่นกัน แต่ต้องแสดงเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถยนต์ ได้แก่ หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ, เครื่องหมายแสดงประเทศ, หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อการใช้รถนอกราชอาณาจักร, แผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ และ หนังสือรับรองการจดทะเบียนรถ ฉบับแปลภาษาอังกฤษ

ในกรณีที่ต้องการขับรถยนต์ในต่างประเทศ ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด (แบบพลาสติก) ซึ่งจะแสดงข้อมูลเจ้าของบัตรเป็นภาษาอังกฤษเอาไว้ ทำให้สามารถนำไปใช้แสดงตน เพื่อขับรถภายในประเทศสมาชิกอาเซียนได้

สำหรับข้อควรรู้เกี่ยวกับ พาสปอร์ตรถยนต์ มี 3 ประเภท ได้แก่ "รถยนต์" เล่มสีม่วง "รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก" เล่มสีเขียว "รถยนต์คณะผู้แทนทางการทูต" เล่มสีฟ้า โดยสามารถติดต่อยื่นคำขอได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งระยะเวลาการสิ้นอายุของพาสปอร์ตนั้น จะตรงตามกำหนดวันสิ้นอายุภาษีรถประจำปี

ส่วนการขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ เครื่องหมายแสดงประเทศ และ แผ่นป้ายทะเบียนรถ ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถยื่นคำขอและแสดงหลักฐานได้ที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่

 

ขอขอบคุณที่มา  www.sanook.com