“บัวบก-กะหล่ำ-ส้ม-แก้วมังกร” ตัวท็อปตกมาตรฐานสารเคมีอื้อ จ่อออก กม.คุมผัก-ผลไม้บรรจุแพ็ก

Posted on 2017-04-24

“บัวบก-กะหล่ำ-ส้ม-แก้วมังกร” ตัวท็อปตกมาตรฐานสารเคมีอื้อ จ่อออก กม.คุมผัก-ผลไ...

        สธ. เผยผลตรวจผัก - ผลไม้ ปี 57 พบ ใบบัวบก กะหล่ำปลี แอปเปิล ส้ม เจอสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานสูงสุด ส่วนกลุ่มนำเข้าจากต่างประเทศพบ บรอกโคลี ป๋วยเล๊ง ส้ม แก้วมังกร ตกมาตรฐานสูงสุด ห่วงคนไทยป่วยจากการกินอาหารปนเปื้อนปีละกว่า 1 ล้านคน เตรียมออก กม. คุม ผัก-ผลไม้ บรรจุแพ็ก ตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงแหล่งผลิต รณรงค์อาหารแผงลอยปลอดภัยบนถนน 12 สาย 12 จังหวัด

 

       วันนี้ (8 เม.ย.) ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเปิดงานวันอนามัยโลกประจำปี 2558 ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอให้ทุกประเทศให้ความสำคัญเรื่องอาหารปลอดภัย ซึ่งสร้างได้ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโต๊ะอาหาร เนื่องจากทุกปีทั่วโลกมีคนเสียชีวิตจากการบริโภคอาหารปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมีปีละ 2 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบระยะยาว คือ พบโรคมะเร็งสูงขึ้น ส่วนระยะสั้น จะเกิดหลังกินอาหารประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคดังกล่าวปีละกว่า 1 ล้านคน พบทุกวัย ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ทั้งนี้ จากการสุ่มตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักและผลไม้ในตลาดสดซูเปอร์มาร์เก็ต และด่านนำเข้าปี 2557 กว่า 60,000 ตัวอย่าง พบมีสารตกค้างระดับไม่ปลอดภัยร้อยละ 7 - 9 กลุ่มผักสดที่ตกมาตรฐานสูงสุด ได้แก่ ใบบัวบก ดอกหอม ผักแขนง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กลุ่มผลไม้ ได้แก่ สาลี่ แอบเปิล ส้ม แตงโม แคนตาลูป ส่วนผักในกลุ่มนำเข้าตกมาตรฐานสูงสุด ได้แก่ บรอกโคลี พริกแห้ง ป๋วยเล๊ง ขณะที่ผลไม้นำเข้า ได้แก่ ส้ม แก้วมังกร และ องุ่น จึงต้องเร่งดูแลความปลอดภัยทุกตลาด ตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด ตลาดนัด ไปจนแผงลอยข้างถนนให้ได้มาตรฐาน โดยบูรณาการทำงานระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงพร้อมรับประทาน
       
       ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า การแก้ปัญหา สธ. จะขับเคลื่อน 4 มาตรการในปีนี้ ได้แก่ 1. ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 เพื่อควบคุมมาตรฐานผักผลไม้ที่บรรจุในภาชนะที่นิยมวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างฯ โดยสินค้าเหล่านี้ต้องได้มาตรฐาน GMP หรือ GMP ขั้นพื้นฐาน แสดงฉลากและตราสัญลักษณ์ มีรหัส สินค้า ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งวัตถุดิบได้ 2. ตั้งศูนย์ประเมินความเสี่ยงภัยสุขภาพจากสารเคมีภาคเกษตรระดับอาเซียน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยให้กรมฯพัฒนาชุดทดสอบอย่างง่าย เพื่อตรวจหาสารเคมีภาคเกษตรตกค้างในผัก ผลไม้ และให้ อย. ปรับปรุงค่าระดับความปลอดภัยของสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ ให้สอดคล้องกับการใช้สารเคมีของเกษตรกร 3. ตั้งห้องปฏิบัติการมาตรฐานตรวจผักผลไม้ที่ด่านระหว่างประเทศ และ 4. ร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควบคุมสารเคมีทางการเกษตรภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
       
       “นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเร่งด่วนอีก 2 เรื่อง คือ 1. จัดระบบเฝ้าระวังป้องกันอาหารที่จำหน่ายทั้งในและหน้าโรงเรียน การกำกับมาตรฐานร้านอาหาร และร้านอาหารแผงลอยข้างถนน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ชิดประชาชน โดยมอบให้กรมอนามัยเพิ่มการอบรมร้านอาหารที่มีพนักงานเสิร์ฟเป็นแรงงานต่างด้าว จัดโครงการถนนอาหารปลอดภัย 12 สายนำร่อง ใน 12 จังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย 2558 คือ ตราด จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรีรัมย์ เลย เพชรบูรณ์ ลำปาง น่าน ชุมพร นครศรีธรรมราช และ ตรัง เปิดตัวปลาย เม.ย. นี้ และพัฒนาร้านอาหารในท่าอากาศยาน 10 แห่ง และ 2. ผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย คือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะตลาด พ.ศ. 2551 เพื่อตรวจความปลอดภัย แนะนำร้านอาหารแผงลอย ก่อนออกใบอนุญาต รวมถึงการควบคุมดูแลความปลอดภัยอาหารวางจำหน่ายในตลาดนัด” รมว.สธ. กล่าว

 

ขอขอบคุณที่มา  http://www.manager.co.th/