ฟักข้าว ยังทำเงินดี ที่อ่างทอง

Posted on 2017-08-08

ฟักข้าว ยังทำเงินดี ที่อ่างทอง

ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อย จัดอยู่ในวงศ์ CUCURBI TACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica cochinchinensis Spreg. มีชื่อเรียกแถบภาคกลางว่า “ฟักข้าว” ทางเหนือที่จังหวัดตาก เรียก “ผักข้าว” แพร่-น่าน เรียก “มะข้าว” แม่ฮ่องสอน เรียก “พุกู้เด๊ะ” เชียงใหม่ เรียก “ฟักข้าว” ทางอีสานทั่วไป เรียก “ฝักไฟ” จังหวัดเลย เรียก “หมากข้าว” ปักษ์ใต้ที่ปัตตานี เรียก “ขี้กาเครือ” สตูล-สงขลา เรียก “ขี้พร้าไฟ” เวียดนาม เรียก “แก็ก, งึก” / ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ (เรื่อง-ภาพ)

 

ส่วนสรรพคุณทางอาหาร พบว่า ฟักข้าว 1 ขีด ให้พลังงาน 28 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยเส้นใย 0.8 กรัม แคลเซียม 50 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม เหล็ก 0.4 มิลลิกรัม วิตามินเอ 202 IU วิตามินบี 1 0.11 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.14 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 178 มิลลิกรัม

ครั้งหนึ่ง ฟักข้าว เป็นเพียงไม้ป่าพื้นบ้าน แต่วันนี้ได้กลายมาเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถทำรายได้อย่างน่าสนใจ โดยปัจจุบันในหลายจังหวัดได้มีเกษตรกรและผู้สนใจ ปลูกและแปรรูปฟักข้าวจำหน่ายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน สามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี

คุณมีนา จันทโชติ หรือ คุณแตงกวา ลูกสาวของ คุณวโรชา จันทโชติ แห่งสวนมะนาววโรชา ตั้งอยู่ที่ ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โทร. (086) 765-6845(087) 519-1288 เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจและตั้งเป้าหมายในการปลูกเพื่อจำหน่ายฟักข้าวอย่างจริงจัง

“ตอนนี้ได้ขอพ่อเข้ามาจัดการดูแลเรื่องการจำหน่ายฟักข้าวอย่างจริงจัง โดยในส่วนของผลฟักข้าว จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท สำหรับต้นพันธุ์ ราคาต้นละ 50 บาท” คุณแตงกวา บอกถึงสิ่งที่เธอได้ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการ เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายมาเป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

“ตอนนี้ จะใช้เวลาว่างจากการเรียน ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ กลับมาบ้าน เพราะต้องมาดูแล มาเก็บผล รวมถึงเพาะต้นกล้าฟักข้าวไว้จำหน่าย”

เดิมนั้น ครอบครัวจันทโชติ ปลูกฟักข้าว เพียงเพราะต้องการปลูกเป็นไม้ประดับ

“สมัยผมเป็นเด็กๆ จะเห็นฟักข้าวขึ้นอยู่มากมาย แม่เก็บมาทำอาหารให้ทานบ่อยๆ แต่ตอนหลังทุกอย่างเปลี่ยนไป ฟักข้าวที่เคยมีก็หายไป และในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีผลการศึกษาถึงประโยชน์ของฟักข้าวจากนักวิจัยออกมา ทำให้เกิดกระแสความสนใจในวงกว้างมากขึ้น ผมเลยหาต้นพันธุ์ปลูก” คุณวโรชา กล่าวเสริม

การปลูกที่สวนแห่งนี้ ทำเป็นซุ้มฟักข้าวบริเวณทางเข้าสวน เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นวโรชา ได้ใช้เป็นที่พักผ่อนพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกมะนาว

“ฟักข้าว ที่ปลูกไว้ ขึ้นเต็มซุ้ม ติดผลเต็มไปหมด ใครมาเห็นก็ชอบ ประกอบกับกระแสผลการศึกษาที่พบว่าฟักข้าวเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง จึงทำให้มีผู้ต้องการทั้งผลและต้นพันธุ์มากขึ้น และเริ่มมีการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เห็นช่องทางในการสร้างรายได้” คุณแตงกวา กล่าว

จากโอกาสทางการตลาดที่เห็น จึงทำให้คุณแตงกวาขออนุญาตผู้เป็นพ่อ เพื่อเข้ามารับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการจำหน่ายฟักข้าวอย่างเต็มตัว และเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจฟักข้าวอย่างเต็มรูปแบบ โดยคุณแตงกวา บอกว่า ขณะนี้ได้วางแผนที่จะมีการปลูกและจำหน่ายฟักข้าวอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการนำฟักข้าวมาแปรรูปเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ซึ่งจะทำให้เพิ่มมูลค่าสูงมากขึ้น

“หากให้มองถึงอนาคตของ ฟักข้าว แตงกวา มองว่า ยังสามารถไปได้อีกมาก เพราะฟักข้าวนอกจากการใช้ประโยชน์จากผลสด จากยอดแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อีกมาก และที่สำคัญผู้บริโภคให้การยอมรับถึงคุณค่าทางอาหาร จึงเชื่อว่าฟักข้าวจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกได้เป็นอย่างดี เหมือนกับที่สวนของเรา ที่วันนี้มีความต้องการเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการปลูกฟักข้าวจากข้อมูลของทางสวนวโรชาบอกว่าในส่วนของต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นต้องเลือกต้นที่เป็นตัวเมียเท่านั้นถึงจะได้ผลผลิต

“ผมเจอคำถามบ่อยว่า ปลูกแล้วมีแต่ใบ ไม่เห็นติดผล แบบนี้สันนิษฐานได้เลยว่า ได้ต้นตัวผู้ไปปลูกแน่นอน” คุณวโรชากล่าว

สำหรับข้อสังเกตเกี่ยวกับต้นตัวเมียและตัวผู้นั้น มีคำอธิบายว่า สังเกตง่ายๆ โดยดูจากลักษณะใบ โดยต้นตัวผู้ ใบหยักแหลมลึก ส่วนต้นตัวเมีย ใบไม่หยักลึกแหลม

“พอเป็นแบบนี้ทำให้เรากลับมาคิดว่า ทำอย่างไร จึงจะทำให้คนที่สนใจปลูก ได้ต้นตัวเมียไปปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตตรงตามที่ตั้งใจ จึงคิดทดลองด้วยการนำมาเสียบยอด ปรากฏว่า มีอัตราการติดดีและรอดสูง”

จากเทคนิคการเสียบยอดที่ค้นพบ จึงเป็นที่มาของการทำต้นพันธุ์ฟักข้าวแบบเสียบยอดออกจำหน่าย โดยใช้ต้นตัวผู้มาเป็นต้นตอ และใช้ยอดตัวเมียเป็นยอดพันธุ์ดี

“จากเทคนิคที่พ่อทำออกมาและได้ผลดี ซื้อไปปลูกแล้วเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตไว จึงทำให้มีคนสนใจสั่งต้นพันธุ์เข้ามามาก ตอนนี้เราจึงพยายามเร่งผลิตเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ” คุณแตงกวา กล่าว

ในอีกส่วนที่ทางสวนวโรชากำลังดำเนินการ เพื่อรองรับตลาดที่มีความต้องการมากขึ้น คือการขยายพื้นที่ปลูก โดยแบ่งส่วนหนึ่งของสวนที่เน้นการปลูกพืชแบบผสมผสาน เช่น มะนาว กล้วยน้ำว้า ชะอม มะเดื่อ พริก มะเขือ ดาวเรือง เป็นต้น ปลูกฟักข้าวเสริมเข้าไปอีกชนิดหนึ่ง

ดังนั้น ในช่วงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ที่สวนวโรชาจะมีผลผลิตฟักข้าวออกมาในจำนวนที่มากขึ้น สิ่งที่จะดำเนินการนั้น คุณแตงกวา บอกว่า

“นอกเหนือจากการจำหน่ายผลสดตามที่ผู้สนใจต้องการแล้ว อีกส่วนหนึ่งจะนำมาแปรรูป ช่วงนี้ได้มีการศึกษาทดลอง ทำการแปรรูปหลายอย่าง เช่น การนำเยื่อสีส้มแดงที่หุ้มเมล็ดฟักข้าว ซึ่งมีสารเบต้าแคโรทีนสูงมากมาแปรรูป จนได้สูตรการทำซอสฟักข้าว ซึ่งเหมาะในการนำไปใช้ทำข้าวผัด ให้รสชาติที่อร่อยและมากด้วยคุณค่าทางอาหาร นอกจากนี้ นำไปแปรรูปเป็นของหวาน ตอนนี้เราก็ได้สูตรการทำฟักข้าวเชื่อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการประยุกต์นำไปเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารชนิดต่างๆ ได้อีกมากมาย”

“เราเริ่มทดลองทำตลาดแล้วด้วย โดยล่าสุดได้นำไปให้ทางฝ่ายจัดซื้อของห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในกรุงเทพฯ ชิม ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบมาก และเมื่อทางสวนพร้อมก็ให้นำเสนอได้ทันที” คุณแตงกวา กล่าวในที่สุด

 

ที่มา  มติชนออนไลน์