8 วิธี เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันพิเศษ

Posted on 2017-08-10

8 วิธี เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันพิเศษ

"สุขใดเล่า จะเท่าศุกร์ เสาร์ อาทิตย์" เหล่าคนทำงานทั้งหลายคงพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคข้างต้นนี้...แน่ล่ะ ก็วันทำงานมันออกจะน่าเบื่อนี่นา!

จะดีกว่าไหม หากเราจะเปลี่ยนวันทำงานจันทร์-ศุกร์ ให้กลายเป็นวันพิเศษ ขนาดที่พูดใหม่ได้เลยว่า "สุขใดเล่า จะเท่าจันทร์ อังคาร พุธ ฯ..." ถ้าอยากเปลี่ยน มาทำตาม 8 ต่อไปนี้กันดีกว่า
 

1.หัวเราะเข้าไว้... ช่วยให้สมองแล่น 
งานวิจัยจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ระบุว่าอารมณ์ของคนเรามีผลต่อการประมวลผลข้อมูลของสมอง ถ้าอารมณ์ดีจะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์ ในทางกลับกันถ้าอยู่ในอารมณ์หวาดวิตก เคร่งเครียด หรือแม้แต่มีความมุ่งมั่นมากเกินไป จะมีผลทำให้คิดอะไรไม่ออก สมองไม่แล่น อารมณ์ดีหรือไม่ดีมีผลต่อกระบวนการคิดและแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ของคนเรามากทีเดียว

ดังนั้น ถ้าคิดงานเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก อย่าลืมมีอารมณ์ขันระหว่างทำงานบ้าง การหัวเราะจะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) นักวิชาการบางท่านนิยามสารชีวเคมีนี้ว่าเป็น "สารสุข" ทำให้เราอารมณ์ดี มีความสุข และช่วยให้ไอเดียบรรเจิดเกิดความคิดสร้างสรรค์ เรื่องไหนที่สมองกำลังตันก็จะแล่นฉิวทีเดียว


2.ไปถึงที่ทำงานให้เร็วขึ้นสัก10นาที และเริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมที่คุณแฮปปี้ 
ลองทำกิจกรรมที่ถูกใจก่อนเวลาเริ่มงาน เช่น ดื่มกาแฟที่โปรดปรานสักถ้วย อ่านนิตยสารที่ชอบ ฟังเพลงจังหวะซอฟท์ๆ นั่งสมาธิเงียบๆ ถ้าถือคติว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ก็เชื่อได้เลยว่าวันนั้นทั้งวันงานคุณจะราบรื่นไม่มีสะดุด


3.ขอเวลานอกสั้นๆ วันละ3ครั้ง
เมื่อเริ่มงานได้สักพัก คุณอาจเริ่มพิมพ์งานไม่คล่องสมองไม่แล่น อย่าไปนั่งกดดันตัวเอง ลองขอเวลานอกออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายให้สบายเนื้อสบายตัวสัก 5-10 นาที (คำเตือน: ระวัง อย่าหายตัวไปนาน อาจถูกหักเงินเดือนได้นะจ๊ะ!)
จากผลการวิจัยพบว่า คนเราจะมีสมาธิจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพราวๆ 20 นาทีเท่านั้น เมื่อผ่านยี่สิบนาทีทองนี้ไปแล้ว ก็มีแนวโน้มว่างานจะเริ่มผิดพลาดมากขึ้น ดังนั้น หากรู้ตัวว่าเริ่มไม่มีสมาธิ ให้ลุกไปหาอะไรทำคั่นเวลาสักหน่อย(ย้ำ....หน่อยเดียวนะจ้ะ อย่าเถลไถล!) แล้วค่อยกลับมาลุยงานต่อ

1นาทีก็ผ่อนคลายได้ 
อาจมีบางวันที่เวิร์คกิ้งวูแมนหรือเวิร์คกิ้งแมน จำเป็นต้องออกไปนำเสนองานหรือเข้าร่วมประชุมอย่างกะทันหัน โดยยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ Secret ขอนำเสนอวิธีคลายความประหม่าตื่นเต้นภายใน 1 นาที! 
วิธีที่1 ประสานมือโดยให้นิ้วมือทั้ง 5 มาจรดกัน หายใจเข้าออกอย่างมีสมาธิ 2-3 ครั้ง คุณจะพบความสงบสบายในจิตใจ วิธีนี้เป็นเคล็ดลับที่หลายคนใช้เรียกความมั่นใจเมื่อต้องพูดต่อหน้าคนหมู่มาก... ซึ่งใช้ได้ผลทีเดียว
วิธีที่2 เพ่งสมาธิไปที่ลมหายใจ โดยหายใจเข้าลึก หายใจออกยาวจากท้อง ถ้ามีเวลาให้นึกถึงฉากหลังอันแสนสงบ เช่น ภูเขา สวนดอกไม้ ริมแม่น้ำ แล้วค่อยๆท่องคำพูดง่ายๆที่ช่วยให้ใจสงบ เช่น "ฉัน-สงบ" "ฉัน-ทำได้-แน่นอน


4.ทำใจให้มีความสุขในการทำงานร่วมกับคนอื่น 
ในชีวิตการทำงาน เราอาจต้องพบปะสัมพันธ์กับคนที่มีความคิดแตกต่าง อย่ามองว่านั่นเป็นปัญหา ให้มองมุมใหม่ว่าการได้ร่วมงานกับคนที่มีทักษะและทัศนคติแตกต่างจากเรา จะช่วยทำให้ผลงานมีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น
อ๊อฟชั่นเสริม ช่วยได้!

หากต้องอยู่ในที่ทำงานรวมกับกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันมากๆ เช่น คุณต้องการสมาธิขณะร่างสัญญา ส่วนเจ้านายชอบคุยโทรศัพท์เสียงดัง... อย่าปล่อยให้เรื่องยิบย่อยอย่างนี้มากวนใจ ลองพกลูกบอลคลายเครียดติดตัวไว้ ยามใดที่คุณถูกรบกวนมากๆ การบีบลูกบอลคลายเครียดโดยเอาใจเพ่งไปที่มือจะช่วยลดความตึงเครียดได้ หรือหากที่ทำงานมีเสียงดัง ก็อย่าลืมพกที่อุดหูติดกระเป๋าไว้ เพราะเสียงอึกทึกอาจทำให้คุณเครียดโดยไม่รู้ตัว


5.เสริมความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการนั่งตัวตรงเสมอ
ยืดตัวให้ตรง นั่งทำงานในท่าที่ถูกสุขลักษณะ จินตนาการประหนึ่งว่ามีคนกำลังดึงเชือกบนศีรษะของคุณขึ้นจนตึง วิธีนี้นอกจากวิธีนี้จะส่งผลดีต่อแผ่นหลังแล้ว การนั่งตัวตรงยังช่วยเสริมให้ผู้นั่งเกิดความมั่นใจและภูมิใจในตัวเองด้วย
และควรเลือกขนาดโต๊ะ-เก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระ โดยเฉพาะเก้าอี้ควรเลือกที่มีพนักพิงรองรับแผ่นหลัง ปรับเอนได้ตามความเหมาะสม ควรมีหมอนหนุนระหว่างช่วงหลังกับพนักพิง และเวลานั่งต้องนั่งให้เต็มก้น วางปลายเท้าให้แนบสนิทไปกับพื้น 


6.สร้างแรงบันดาลใจก่อนจัดการปัญหาหนักใจ 
หากต้องทำงานที่ยากเป็นพิเศษหรือเจอปัญหาหนัก ลองอ่านชีวประวัติหรือดูภาพยนตร์เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต พวกเขาหรือเธออาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ หรือไม่ก็ลองอ่านหนังสือธรรมะในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่หนักใจ แล้วคุณจะพบว่าปัญหาที่คุณประสบอยู่...ที่แท้มันก็แค่เรื่องเล็กจิ๊ดเดียว! (อ่านSecretก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวนะ... ขอบอก!)


7.ค่อยๆผ่อนงานให้เบาลงในช่วงท้ายของวัน 
คนส่วนใหญ่มักเอ้อระเหยในช่วงเช้าที่เพิ่งเข้าทำงาน และช่วงบ่ายหลังทานอาหารกลางวัน ก่อนจะมาเร่งตัวเองในช่วงเย็นจนทำให้ต้องกลับบ้านดึกดื่น เราขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนตารางงานใหม่ พยายามฟิตสมองและร่างกายมุทำงานชิ้นใหญ่ในระหว่างวัน ส่วนงานที่ชอบหรือถนัดค่อยเก็บมาทำในช่วงท้ายๆ ใกล้เวลาเลิกงาน... คุณจะได้ออกจากที่ทำงานอย่างผ่อนคลายมากขึ้น


8.เดินทางกลับบ้านในช่วงที่ถนนว่าง...ขึ้นอีกนิด 
ทุกคนคงอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านเร็วๆ จึงทั้งรีบทั้งเร่งพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถที่แออัดไปด้วยผู้คน และต้องติดแหงกอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะฝ่าดงรถติดมรณะไปได้ก็แทบจะหมดแรง ขอแนะนำว่าไม่ควรเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน รอให้ผู้คนหรือรถราเบาบางลงแล้วค่อยกลับ ถ้าหากจำเป็นต้องกลับช่วงเวลานั้นก็อย่าลืมหยิบหนังสือดีๆ ติดมือไว้สักเล่ม จะฟังซีดีธรรมะหรือเปิดเพลงเพราะๆฟังระหว่างรอรถข้างหน้าขยับก็ช่วยได้ หรือไม่ก็ใช้เวลาว่างทบทวนสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นและได้ทำในวันที่ผ่านมา ก็ช่วยให้คุณผ่อนคลายได้เหมือนกัน
 

8 วิธีง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็อาจเปลี่ยน "วันศุกร์" ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ ให้กลายเป็น "วันสุข(สดชื่น)" ได้ไม่ยาก !

เนื้อหาโดย นิตยสาร Secret

นิตยสาร-secret

ที่มา  www.sanook.com