คล้ายพยาธิ แต่ไม่ใช่พยาธิ คุณผู้หญิงระวังให้ดี

Posted on 2017-09-19

คล้ายพยาธิ แต่ไม่ใช่พยาธิ คุณผู้หญิงระวังให้ดี

ขออธิบายสั้นๆสักนิดนะครับว่า เราแบ่งพวกโรคที่มีเชื้อโรคออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน คือโรคที่มาจากแบคทีเรียกลุ่มหนึ่ง โรคจากไวรัสกลุ่มหนึ่ง โรคจากโปรโตซัวกลุ่มหนึ่ง โรคจากเชื้อรากลุ่มหนึ่ง และโรคจากพยาธิอีกกลุ่มหนึ่ง

โรคจากพยาธิ เช่น ตัวตืด พยาธิหมู ได้พูดถึงเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว และอาทิตย์นี้ก็กำลังพูดถึงโปรโตซัว และโรคคันในช่องคลอด ซึ่งเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งเป็นต้นเหตุ

 

เชื้อโปรโตซัวตัวที่ทำให้เกิดโรคคันในช่องคลอดนี้ ชื่อว่า TRI-CHOMONAS VAGINALIS ผมเคยเห็นรูปร่างหน้าตาของมัน จากกล้องจุลทรรศน์ในห้องแล็บ รูปร่างคล้ายๆ ปลาหมึก มีหนวดเป็นสายยาวๆ ตอนหัว

 

ดังที่ได้บอกแล้วนะครับว่าโรคนี้เป็นโรคเกิดจากเพศสัมพันธ์ เกิดการติดต่อและถ่ายโรคไปมาระหว่างหญิงและชาย แต่ ผู้ชายจะได้เปรียบตรงที่ไม่มีอาการรบกวนอะไร ที่เป็นมากๆอาจจะมีอาการคันๆแสบๆที่ท่อปัสสาวะเวลาปัสสาวะเท่านั้น

 

แต่คุณผู้หญิงนี่สิครับ ต้องรับเคราะห์มากกว่าผู้ชายหลายเท่า และที่น่าสงสารก็คือ คุณผู้หญิงที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ อยู่กับบ้านเฝ้าแต่เรือน แล้วคุณผู้ชายไปเที่ยวที่ไหนมาก็ไม่ทราบ เอาโรคคันที่ไม่ปรารถนานี้มาฝากคุณผู้หญิงที่บ้าน

 

คุณผู้หญิงอยู่ๆก็เกิดอาการคันในช่องคลอดขึ้นมา และระยะต่อมาอาการคันจะมากขึ้นและก็มีอาการแสบ ปัสสาวะมีฟอง ต่อมาก็จะมีอาการอย่างภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “เมนขาว” (DISCHARGE) ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ขาว มีสีขุ่นๆบ้าง บางทีก็เป็นสีเหลือง และที่ค่อนข้างจะดูร้ายแรงสำหรับคุณผู้หญิงก็คือ มันมีกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาออกมาด้วย

 

โรคนี้สำหรับเมืองไทยสมัยก่อนรู้สึกจะไม่ค่อยมี เพราะพฤติกรรมทางเพศของคนไทย สมัยก่อนยังไม่อู้ฟู่ซู่ซ่าเหมือนสมัยนี้ ซึ่งเพศสัมพันธ์แม้แต่วัยเด็กวัยรุ่นของเราก็เริ่มกันชนิด ที่เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆทั่วๆไป

 

ประจักษ์พยานในเรื่องเพศสัมพันธ์ที่น่ากลัวที่สุดก็คือเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งเมืองไทยขณะนี้สถิติสูง เกินกว่าประเทศข้างเคียงหลายเท่า โรคเอดส์เกิดจากเพศสัมพันธ์ โรคคันในช่องคลอดก็เกิดจาก เพศสัมพันธ์ และแสดงให้เห็นลึกไปถึงเรื่องพฤติกรรมทางเพศแบบมั่วๆ โดยไม่มีขอบเขตจำกัดของเมืองไทยก็มีกันอย่างแพร่หลายน่าห่วงเป็นอย่างยิ่งด้วย

 

แม้ว่าโรคคันทางช่องคลอดจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ในระยะที่พฤติกรรมทางเพศยังมีลักษณะแบบ มั่วๆอยู่นี้ โรคคันทางช่องคลอด หรืออาการที่เรียกว่ามี “เมนขาว” ก็จะเป็นมากขึ้น มีกลิ่นอัน ไม่พึงประสงค์มากขึ้น ในไม่ช้าจะเกิดอาการเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ และมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งมดลูกและรังไข่ได้

 

นอกไปจากนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ เด็กเกิดใหม่ก็ปรากฏว่าติดเชื้อจากแม่ซึ่งเป็นโรค คันเรื้อรังนี้ได้อย่างง่ายดาย เป็นการทำลายความเจริญเติบโตและท้าทายภูมิชีวิตซึ่ง จะช่วยให้เด็กเติบโตแข็งแรงเสียตั้งแต่เริ่มเกิด

 

การแก้ไขและการรักษานั้นไม่ยากเย็นอะไร เมื่อรู้ตัวเชื้อโรคเสียแล้ว ก็หายาที่จะมาทำลายเชื้อโรคนั้นได้ ยาที่ใช้ได้ผลคือ ยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่เรียกว่า METRONIDAZOLE ซึ่งมีทั้งยาฉีด ยากิน (ต้องมีใบสั่งแพทย์) และมียาประเภทยาเหน็บพร้อมกันไปด้วย

 

แต่ที่สำคัญก็คือ ถ้าจะใช้ยานี้สำหรับคุณผู้หญิงผู้เดียวไม่ได้ ผู้ชายซึ่งเป็นต้นตอผู้ถ่ายเทเชื้อนี้ ต้องกินยานี้พร้อมกับคุณผู้หญิงด้วย เพราะมิฉะนั้นแม้คุณผู้หญิงจะหายจากโรคนี้แล้ว แต่พอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ถ่ายเท โรคก็จะกลับไปกลับมาไม่มีวันหยุด

 

อีกประการหนึ่งที่จะป้องกันแก้ไขได้ก็คือ เรื่องพฤติกรรมทางเพศ เลิกมั่ว เลิกเที่ยวสำส่อนเสีย โรคนี้ก็จะหายไปจากเมืองไทยได้ เรื่องยา เรื่องการรักษาไม่ยาก แต่เรื่องการป้องกันโดยแก้ไขพฤติกรรมนั้น ยาก-ยากที่สุด และที่จะแก้ไขป้องกันได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ สร้างภูมิชีวิตที่แข็งแรงให้กับตัวเอง ด้วยวิธีชีวจิต นี่ก็ยากเย็นอย่างเหลือเกินอีกเหมือนกัน

 

ที่มา  สยามดารา