กินเพียงพอไม่เสี่ยงเบาหวาน

Posted on 2017-10-10

กินเพียงพอไม่เสี่ยงเบาหวาน

        ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีจะตรงกับวันเบาหวานโลก ซึ่งในปีนี้คำขวัญของวันเบาหวานโลกคือ
       “กินเพียงพอไม่เสี่ยงเบาหวาน เลือกไม่ยาก เลือกให้เป็น เริ่มด้วยมื้อเช้า” ดังจะเห็นได้จากคำขวัญที่เน้นอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในแต่ละวันซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่คนที่เป็นเบาหวานแต่จะหมายถึงคนเราทุกคน เราหลายคนคงเคยคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าต้องกินอาหารเช้านะเพราะดีต่อทั้งร่างกายและสมอง ซึ่งในความเป็นจริงก็ถูกต้องอย่างมากเพราะร่างกายของเราจะขาดสารอาหารมาหล่อเลี้ยงร่างกาย 8-12 ชั่วโมงสมองและเซลล์ต่างๆของร่างกายต้องการพลังงานมาเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทำงานต่างๆได้ ดังนั้นนั้นหากขาดสารอาหารที่ดีแล้วร่างกายก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
       สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนไม่สามารถรับประทานอาหารเช้าที่ถูกต้องและเพียงพอได้
       • สาเหตุหลักคือการไม่มีเวลา เนื่องจากความเร่งรีบและชีวิตที่ยุ่งทั้งเรื่องงานที่ต้องรับผิดชอบ ปัญหาการจราจรที่ติดขัด ดังนั้นคนจึงไม่สามารถรับประทานอาหารเช้าได้อย่างถูกต้องและเพียงพอ วิธีการแก้ไขคือ การเตรียมอาหารเช้าไว้ตั้งแต่กลางคืน พอถึงเวลาเช้าก็อุ่นและสามารถรับประทานได้ในขณะเดินทาง หรือเตรียมอาหารง่ายๆแต่มีประโยชน์ เช่น กล้วย ส้ม นม โยเกิร์ตไขมันและน้ำตาลน้อย
       • สาเหตุที่สองคือการที่ไม่รู้สึกหิวหรือรู้สึกอยากอาหารในช่วงเช้า หลายคนตื่นขึ้นมาความรู้สึกอยากอาหารจะยังมีน้อยหรือไม่มีเลย ดังนั้นจึงคิดว่าเมื่อไม่หิวก็ไม่จำเป็นต้องกินก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะหากไม่รับประทานอาหารเช้าเนื่องจากไม่หิวจะทำให้เกิดความหิวมากในช่วงเวลากลางวันและรับประทานอาหารมากกว่าเดิม รวมถึงหากไม่รับประทานอาหารเช้าอัตราการเผาผลาญพลังงานก็จะต่ำลง ส่งผลให้อ้วนได้ง่ายขึ้น
       • ความเชื่อที่ว่างดอาหารเช้าจะช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดและน้ำหนักก็ไม่ได้ลดลงแถมอาจเพิ่มขึ้นเพราะไปเพื่อปริมาณอาหารในมื้อถัดไป จากการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าผู้ที่ไม่รับประทานอาหารเช้า และผู้ที่รับประทานอาหารเช้าจะมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารจุบจิบซึ่งทำให้อ้วนน้อยกว่า
       • อาหารเช้าที่ซ้ำๆกันจนทำให้เกิดความเบื่อ หลายบ้านเตรียมอาหารเช้าในรูปแบบเดิมๆที่วันจึงทำให้เกิดความเบื่อและไม่อยากรับประทาน
       ประโยชน์ของอาหารเช้าต่อการทำงานของสมองและสติปัญญา
       • การศึกษาพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเช้าจะมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดีกว่าผู้ที่ไม่รับประทานอาหารเช้า
       • สมองรู้สึกปลอดโปร่ง ความคิดในการแก้ปัญหาได้ดี
       • ในเด็กวัยเรียนพบว่าเด็กที่รับประทานอาหารเช้าจะมีการพัฒนาการของความจำ อารมณ์และการสมาธิในการเรียนที่ดีกว่าและมีผลการเรียนที่ดี
       ประโยชน์ของอาหารเช้าต่อการทำงานของร่างกาย
       • ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ในช่วงเช้าระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำกว่าในช่วงอื่นๆของวัน ซึ่งเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจะส่งผลให้ไม่มีแรง อัตราการทำงานของร่างกายต่ำ การได้รับอาหารเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นและคงที่จนถึงมื้อกลางวัน สำหรับคนที่เป็นเบาหวานบางคนรับประทานยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในเวลากลางคืน หากเช้าไม่ได้รับประทานอาหารเช้าระดับน้ำตาลในเลือดอาจต่ำลงมากจนทำให้เป็นลม หน้ามืด หรือหมดสติได้
       อาหารที่ควรเลือกในมื้อเช้า
       สำหรับคนที่ไม่มีภาวะเบาหวานอาจสามารถเลือกได้หลากหลายชนิดมากกว่าแต่หากสามารถรับประทานอาหารเช้าเสมือนคนที่มีภาวะเบาหวานก็ยิ่งจะช่วยให้ป้องกันการเกิดเบาหวานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า อาหารที่ควรเลือกคืออาหารในกลุ่มข้าวแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ซีเรียลชนิดโฮลเกรน แทนที่จะเลือกข้าวขัดขาว ขนมปังขาว ขนมปังทาน้ำตาล ซีเรียลพองเคลือบน้ำตาล อาหารเช้าที่ดีควรมีใยอาหารสูง เช่น มีธัญพืชต่างๆ ผักและผลไม้แทนที่น้ำผลไม้ซึ่งไม่ให้ใยอาหาร มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันหรือน้ำไขมันต่ำ นมถั่วเหลืองไม่หวาน สำหรับผู้ที่มีภาวะเบาหวานควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีการเติมน้ำตาล ขนมปังหวาน ขนมเบเกอรี่
       
       อย่าลืมคำเปรียบเปรยที่ว่า “มื้อเช้ากินอย่างราชา มื้อกลางวันกินอย่างคนธรรมดา มื้อเย็นกินอย่างยาจก” ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ หากเราสามารถปรับและเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราที่ละนิดได้เริ่มจากหันมารับประทานอาหารเช้ากันให้มากขึ้น ก็จะเป็นส่วนที่ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้


ที่มา  www.manager.co.th