อุบัติเหตุเรื่องรถที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก

Posted on 2017-10-11

อุบัติเหตุเรื่องรถที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก

        เมื่อไรข่าวในท่วงทำนองนี้จะหมดไป..!!
       
       “อุทาหรณ์เตือนใจผู้ปกครอง ลูก 3 ขวบวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน เห็นพ่อถอยรถสองแถวออกจากซองเลยวิ่งเข้าไปหา แต่พ่อไม่ทันมอง จึงขับรถชนลูกล้มก่อนโดนล้อรถทับจนเสียชีวิต”
          
       ข่าวคราวเรื่องคนขับรถชนคนขณะถอยรถเกิดขึ้นบ่อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคือเด็ก เพราะเด็กตัวเล็ก ทำให้ผู้ขับรถมักมองไม่เห็น แล้วยิ่งถ้าเป็นพ่อหรือแม่คือคนขับรถ และผู้ที่เป็นเหยื่อคือลูก ดิฉันก็คิดภาพไม่ออกเหมือนกันว่าพ่อหรือแม่ผู้นั้นจะอยู่กับความรู้สึกที่เป็นผู้ทำให้ลูกเสียชีวิตได้อย่างไร..!!!
       
       ถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่เราควรยอมรับว่ามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยระดับจิตสำนึกในบ้านเราต่ำเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นความปลอดภัยของตัวเอง ก็ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ แล้วนับประสาอะไรกับการใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยที่อาจเกิดกับผู้อื่น
       
       และถ้าผู้อื่น คือ เด็กตกเป็นเหยื่อล่ะ..!!
       
       ก่อนอื่นไปดูว่าอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นกับเด็กที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์มีอะไรกันบ้าง
       
       หนึ่ง เด็กติดอยู่ในรถ 
       
       เป็นเรื่องที่เจอะเจอได้บ่อยทีเดียว เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก อาจซุกซนไปกดล็อกประตูรถ และไม่สามารถปลดล็อกประตูรถเองได้ ทำให้ติดอยู่ในรถ
       
       สอง เด็กเลียนแบบพ่อแม่
       
       ลูกเห็นพ่อแม่ขับรถบ่อยๆ ก็อยากลองทำตามพ่อแม่ เช่น ขยับพวงมาลัย หรือทำท่าเข้าเกียร์ เวลาจอดรถพ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้ลูกขึ้นไปเล่น ทั้งที่จริงแล้วไม่ควรอย่างยิ่งแม้จะจอดรถอยู่ก็ตาม เพราะอาจจะไปโยกเกียร์และทำให้รถไหลได้ หรือลูกอาจเคยทำตอนรถจอดอยู่ แต่บางครั้งที่พ่อแม่สตาร์ทรถอยู่แล้วเผอเรอ ลูกรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจเข้าไปเล่นและเผลอเข้าเกียร์ หรือเหยียบคันเร่งตามแบบพ่อหรือแม่ก็ได้ ฉะนั้น ทุกครั้งที่จอดรถควรใช้เบรกมือร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันเด็กเผลอไปเลื่อน ผลักหรือกดปุ่มคันเกียร์เล่น
       
       สาม เด็กโดนไฟลวก 
       
       รถยนต์ส่วนใหญ่มักมีที่จุดบุหรี่ในรถ ในขณะที่เด็กเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น อาจไปกดปุ่มโน่นนี่นั่นและดึงเอาที่จุดบุหรี่ออกมาเล่น หรือนำวัสดุที่ติดไฟง่าย หรือนิ้วแหย่ที่จุดบุหรี่ ทำให้ได้รับอันตรายจากขดลวดความร้อนได้
       
       สี่ เด็กนอนหลับในรถ 
       
       เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจำนวนไม่น้อยทีเดียว เพราะสูดดมก๊าซพิษจากการสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดเครื่องปรับอากาศภายในรถทิ้งไว้ ทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์จากท่อไอเสียเข้ามาในรถยนต์ หากปล่อยเด็กไว้ในรถเป็นเวลานาน เด็กจะสูดดมก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้
       
       ห้า เด็กถูกรถทับ 
       
       พบเห็นบ่อยมากขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทของคนขับรถ ซึ่งเกิดทั้งชนด้านหน้า หรือถอยรถไปชน เพราะมองไม่เห็น ยิ่งปัจจุบันรถสูงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งที่จริงแล้วรถสูงทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงด้วย แม้รถยนต์บางคันเทคโนโลยีสมัยใหม่มีจอไฮเทคสามารถดูท้ายรถได้ว่ามีสิ่งกีดขวางใดๆ อยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่ควรวางใจฝากชีวิตไว้กับจอดังกล่าวอย่างเดียว เพราะจอสามารถดูได้เฉพาะท้ายรถ แต่ผู้ขับรถควรดูกระจกซ้ายขวาด้านข้างรถ และหันไปดูรอบข้างให้แน่ใจเสียก่อน จากนั้นค่อยๆ ถอยรถช้าๆ อย่าใช้ความเร็วขณะถอยรถเด็ดขาด
       
       ขณะที่รถสูงบางคันไม่มีกระจก หรือกล้องส่องดูท้ายรถ ควรมีคนช่วยดูท้ายรถทุกครั้งที่ถอยรถ เพราะผู้ขับขี่จะไม่สามารถเห็นท้ายรถได้ ยิ่งถ้าเป็นเด็กมีโอกาสมองไม่เห็น
       
       แล้วสิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครองควรทำ ?
       
       ประการแรก พ่อแม่ต้องตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจังว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ยิ่งถ้าบ้านเรามีเด็กเล็กด้วยแล้ว ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า ไม่ประมาทเด็ดขาด
       
       ประการที่สอง สร้างสภาพแวดล้อมรอบบ้าน หรือสถานที่ที่ต้องเข้าออกและใช้เป็นประจำ ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง และทุกครั้งที่ใช้รถ ต้องมีผู้ใหญ่ในบ้านอยู่กับเด็กทุกครั้ง
       
       ประการที่สาม เลือกใช้รถยนต์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และหมั่นตรวจสอบระบบความปลอดภัยของรถยนต์ในบ้านทุกคันอย่างสม่ำเสมอ ว่า ยังใช้การได้ดี
       
       ประการที่สี่ ห้ามปล่อยให้ลูกเล็กคลาดสายตาเป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กแม้ว่าจะเป็นสถานที่คุ้นเคย เช่น บ้านของเรา บ้านของญาติ หรือสถานที่ที่ไปบ่อยๆ ก็ต้องไม่วางใจเด็ดขาด เพราะเด็กเล็กๆ ชอบวิ่งเล่น และมักจะวิ่งพรวดพราด ยิ่งถ้าเห็นพ่อแม่ก็จะวิ่งเข้าไปหา โดยไม่ได้สนใจสิ่งที่เป็นอันตราย
       
       ประการที่ห้า ตอกย้ำเรื่องพื้นที่ต้องห้าม ต้องบอกซ้ำๆ ย้ำๆ และเคร่งครัดกับลูกเสมอว่าบริเวณไหนคือบริเวณที่ไม่ปลอดภัย ไม่ควรไปวิ่งเล่น ไม่ว่าจะเป็นถนนในซอยหรือถนนใหญ่ ต้องเป็นสถานที่ต้องห้าม เพราะต้องยอมรับว่าแม้ถนนตรอกซอกซอยก็ประสบอุบัติเหตุได้เหมือนกัน
       
       ประการที่หก ปลูกฝังวิธีที่ถูกต้องตั้งแต่เล็ก พ่อแม่ควรปลูกฝังเรื่องการใช้รถใช้ถนนที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร ทำอย่างไรเราจึงปลอดภัย เวลาจะข้ามถนนนอกจากต้องข้ามสะพานลอย ทางม้าลาย หรือดูสัญญาณไฟให้เป็น ก็ต้องย้ำด้วยว่าต้องดูรถยนต์ที่วิ่งอยู่ไปมาด้วย เพราะมีผู้ใช้รถที่เคารพกฎจราจร แต่ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ที่ขับขี่แบบมักง่าย และไม่เคารพกฎจราจรด้วย เพื่อให้ลูกเกิดการตระหนักว่าแม้เราเป็นผู้ใช้ถนนก็ต้องมองซ้ายมองขวา ซ้ำไปมาจนมั่นใจว่าปลอดภัยเสียก่อน
       
       ประการสุดท้าย สอนวิธีแก้ปัญหาหากประสบเหตุ เช่น สอนลูกว่านี่คือล็อคประตูรถ ต้องกดปุ่มไหนจึงจะคลายล็อค อย่าคิดว่า ลูกเล็กเกินไปไม่เข้าใจ แต่ถ้าเขาเห็นพ่อแม่ทำบ่อยๆ เขาก็สามารถรับรู้และเข้าใจได้
       
       ที่ผ่านมา ผู้ใช้รถยนต์ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นรองเรื่องความสวยงาม หรือภาพลักษณ์อยู่เสมอ สังเกตได้จากเวลาเลือกออฟชั่นรถยนต์มักจะเลือกเพื่อความสวยงามมากกว่าที่จะคำนึงถึงอุปกรณ์ความปลอดภัย ใช่หรือไม่..!!
       
       อย่าลืมว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกขณะ เราเองก็คงไม่อยากประสบเหตุเพราะความประมาทมิใช่หรือ…
       
       บอกตามตรงเห็นข่าวคราวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กคราใด อดตำหนิคนเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองไม่ได้จริงๆ ค่ะ


ที่มา  http://www.manager.co.th