จัดการให้อยู่หมัดกับ "วันนั้นของเดือน"

Posted on 2017-10-12

จัดการให้อยู่หมัดกับ

หยุดตกเป็นทาสอารมณ์เสียหรืออาการปวดท้องจากการมีประจำเดือนกันเสียที กับคำแนะนำที่ให้ผลลัพธ์เป็นเลิศที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้

 

เป็นนายเหนืออารมณ์
ดร. คริสตีน รีด ผู้อำนวยการด้านการรักษาสุขภาพของนิวเซาท์เวลประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “สภาวะอารมณ์ที่ผิดปกติในช่วงก่อนมีประจำเดือนอาจเกิดจากการผันแปรของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรนที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งทำให้สารเคมีในสมองที่ขื่อว่า “เซโรโทนิน” ที่ควบคุมทางด้านอารมณ์ไม่มั่นคง ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่มักหงุดหงิดและฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติ แต่ก็มีผู้หญิงราวอีก 4 เปอร์เซ็นต์ที่มีอารมณ์ตรงข้ามคือ อยู่ในสภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง

 

กรณีเหล่านี้แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับยาต่อต้านอาการซึมเศร้า หรือเพิ่มปริมาณการบริโภคแคลเซี่ยมให้ได้อย่างต่ำ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน (เท่ากับปริมาณนม 3 แก้ว) ด้วยวิธีเช่นนี้มีผู้ป่วยถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากจำนวน 400 คนสามารถปรับสภาวะอารมณ์ให้เป็นปกติได้ในช่วงก่อนมีประจำเดือน”

 

ควบคุมสิว
การประทุของสิวเป็นจำนวนมากบริเวณคางและหน้าผากอาจจะยิ่งทำให้คุณหงุดหงิดขึ้นได้ เพราะช่วงคุณมีประจำเดือน ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นให้ผิวหนังขับน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดการอุดตัวของน้ำมันบริเวณผิวหนังและเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น

 

ป้องกันง่าย ๆ ด้วยการล้างหน้าวันละ 2 ครั้งโดยใช้ครีมล้างหน้าที่ผสมกรดแซลิกไซลิก หรือเบนซอยเพอร็อกไซด์ หรือถ้ากรณีที่เป็นมากเกินการควบคุม คุณอาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อนำยาระงับสิวมากินเป็นการชั่วคราว


ต้านตะคริวที่ท้อง
มีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยที่ทรมานกับการมีประจำเดือนในแต่ละครั้งอาจะเกิดอาการปวดเกร็งเหมือนเป็นตะคริวบริเวณมดลูก ช่วงท้องน้อยกระดูกเชิงกราน ปวดหลัง หรือแม้แต่อาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งสาว ๆ โดยทั่วไปมักจะพึ่งการกินยาระงับปวด

 

แต่ทางที่ดีหากปวดประจำเดือนยังไม่ค่อยมาก ให้ลองออกกำลังกายเบาๆ ดู หรือให้หาถุงน้ำร้อนมาอังบริเวณช่วงท้อง แต่ถ้าอยากสะดวกให้ไปซื้อแผ่นแปะเพิ่มความร้อน (EIastoplast) ที่ร้านขายยา แปะไว้บริเวณช่วงท้องทิ้งไว้สัก 8 ชั่วโมงหรือจะเป็นช่วงก่อนนอนก็ได้ จะช่วยคลายอาการปวดลงได้เยอะ แต่ถ้ายังไม่หายปวดและดูจะทวีความปวดมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยและสั่งยาที่ถูกกับโรคให้กินอย่างปลอดภัย

 

กำจัดอาการบวมน้ำและท้องเสีย
-- 7 วันก่อนมีประจำเดือนให้กินวิตามินบี 6 หลังอาหารทุกมื้อจะช่วยลดอาการเจ็บหน้าอก


-- บรรเทาอาการบวมน้ำได้ด้วยการกินโยเกิร์ตวันละถ้วย 1 สัปดาห์ ก่อนมีประจำเดือน


-- ดื่มชาขิงร้อน 3 ครั้งต่อวัน จะช่วยลดอาการหน้าท้องบวมอืด


-- กินน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส 1 ช้อนโต๊ะข่วงเช้าและเย็นก่อนประจำเดือนมา 10 วัน จะช่วยให้การกักเก็บน้ำบริเวณใต้ผิวหนังมีการระบายได้ดี และช่วยปรับสมดุลให้อารมณ์ไม่แปรปรวนง่ายด้วย


-- การกินอาหารจำพวกแป้งระหว่างมีประจำเดือน อาทิ ข้าวขัดขาว และกล้วยจะช่วยให้ระบบขับถ่ายแข็งแรงขึ้น แก้อาการท้องเสียได้

 

ผ่าไฟแดง
หญิงสาวหลายคนอาจจะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือนเพราะอาจจะกลัวเจ็บ หรือรู้สึกว่าอาจจะดูเลอะเทอะ แต่ในความเป็นจริงช่วงขณะเราหลับหรืออาบน้ำ การไหลของประจำเดือนจะออกมาน้อยกว่าปกติ หากคุณและแฟนอยากจะทำกิจกรรมร่วมกันขณะมีประจำเดือนก็ไม่มีปัญหา ให้เลือกวันที่ประจำเดือนใกล้จะหมด โดยท่าที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดควรให้ชายหนุ่มอยู่บนตัวหญิงสาวนั่นเอง จำเอาไว้

 

วางแผนให้รัดกุม
หากคุณคิดจะไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ๆ แล้วกังวลใจว่าประจำเดือนจะมาในช่วงระหว่างนั้นทำให้หมดสนุก มาวางแผนกันสักนิดก่อนดีไหม ทุกวันนี้เรามีเรามีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าไปมาก

 

มีการคิดค้นยาที่สามารถเลื่อนกำหนดการมาประจำเดือนให้เขยิบออกไปได้โดยที่ตัวยาไม่เป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงใด ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับหญิงสาวทุกคน ในบางกรณีถึงแม้กินยาแล้วก็อาจจะยังมีประจำเดือนไหลออกมาได้ การกินยาดังกล่าวควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 

 

ที่มา  http://siamdara.com