โปรดอย่ามองข้ามเรื่องการข้ามถนนของลูก..!!!

Posted on 2017-10-12

โปรดอย่ามองข้ามเรื่องการข้ามถนนของลูก..!!!

      ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บังเอิญได้ไปเจอะเจอภาพน่าตกใจชนิดที่ไม่น่าให้อภัยพ่อคนหนึ่งเลยทีเดียวเชียว 
       
       ระหว่างที่ดิฉันยืนคุยโทรศัพท์อยู่ภายในวัดแห่งหนึ่ง ก็เหลือบไปเห็นรถปิกอัพคันหนึ่งกำลังเลี้ยวเข้าที่จอดรถ ระหว่างนี้ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง วัยน่าจะประมาณ 10 ปีเศษ ลงจากรถคันเดียวกัน และวิ่งไปบริเวณที่จอดรถที่รถคันนี้กำลังจะเข้าไปจอด แล้วก็โบกรถให้รถเข้ามาหาตัวเอง พร้อมกับตะโกนว่า “เข้ามาได้อีกพ่อ มาอีก มาอีก...” 
       
       ตาเหลือกสิคะ..เพราะภาพที่เห็น คือ ลูกโบกรถให้พ่อเข้าที่จอดรถ โดยตัวหนูน้อยยืนหน้ารถแล้วโบกมือให้พ่อขับรถเข้าไปหา 
       
       ที่ตาเหลือกก็เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงปล่อยให้ลูกลงไปโบกรถ โดยที่ไม่ปรามว่า การโบกแบบนั้นมันอันตราย ถ้าพ่อพลาดไปเหยียบคันเร่ง นั่นหมายความว่า พ่ออาจขับรถพุ่งชนลูกตัวเองได้
       
       เรื่องการโบกรถในบ้านเราเป็นปัญหามาก เพราะส่วนใหญ่มักพบว่าโบกรถไม่เป็น และไม่ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดได้ถ้าเกิดผิดพลาด ทั้งยังประมาทต่อชีวิตเหลือเกิน
       
       โปรดอย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยนะคะ เพราะลูกหลานของเราได้จดจำรูปแบบที่พบเห็น และจะซึมซับว่าวิธีการที่พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ทำอยู่นั้นเป็นวิธีการที่ถูกต้อง..!!
       
       ทั้งที่จริงแล้ว การโบกรถให้ถูกวิธี ไม่ว่ารถจะเอาด้านหน้าเข้าที่จอดรถ หรือถอยหลังก็ตาม ต้องไม่เอาตัวเองไปยืนอยู่ด้านหน้าหรือท้ายรถเด็ดขาด เพราะอาจเกิดผิดพลาดและเป็นอันตรายได้ ควรจะอยู่ด้านข้างของรถยนต์ และอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่มองเห็นผู้โบกรถผ่านกระจกได้ชัดเจน ขณะเดียวกัน ผู้ขับขี่ก็ต้องเปิดกระจกรถยนต์เพื่อฟังเสียงประกอบด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีอุปกรณ์สำหรับความปลอดภัย เพื่อการขับขี่ในขณะเข้าที่จอดรถ หรือมีเซ็นเซอร์คอยเตือนเมื่อถอยรถ หรือมีวัตถุสิ่งใดอยู่ใกล้รถ
       
       ฉะนั้น การตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน ควรคำนึงถึงเรื่องอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถยนต์ซึ่งมีความจำเป็นมากกว่าการเลือกตกแต่งรถเพื่อความสวยงามอย่างเดียว
       
       และเมื่อมีอุปกรณ์เรื่องความปลอดภัย สิ่งที่ต้องมีตามมาคือเรื่องทักษะความปลอดภัยที่ควรจะฝึกสมาชิกภายในครอบครัวถึงวิธีการใช้รถยนต์อย่างปลอดภัย รวมไปถึงการโบกรถในกรณีที่จำเป็น ก็ควรจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย
       
       ความจริงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญมาก แต่เรากลับพบเห็นความเสี่ยงภัยบนท้องถนนเกิดขึ้นทุกวี่วัน บางวันเกิดขึ้นหลายกรณีด้วย
       
       ล่าสุด ขณะที่ดิฉันกำลังขับรถยนต์ติดไฟแดงอยู่ เห็นเด็กน้อยวัยอนุบาลเดินกินไอศกรีมขณะเดินข้ามถนน โดยมีผู้ใหญ่เดินนำหน้าเล็กน้อยและเดินกินอาหารไปด้วยเช่นกัน เป็นการเดินข้ามถนนที่ไม่ได้เร่งรีบ ออกจะดูอ้อยอิ่งด้วยซ้ำไป เพราะใจของเด็กน้อยจดจ่ออยู่ที่ไอศกรีมในมือมากกว่า
       
       จะว่าไปภาพที่เด็กเดินกินอาหาร ประเภท ลูกชิ้นปิ้ง ไก่ทอด ไอศกรีม ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ผู้ปกครองมักจะซื้อหน้าโรงเรียนเวลาไปรับลูกหลานกลับบ้าน และกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปซะงั้น โดยหารู้ไม่ว่าเป็นอันตรายกับตัวเด็กด้วย
       
       เรื่องความปลอดภัยในอาหารหน้าโรงเรียนก็เรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่อยากชวนพูดคุยก็คือเรื่องการกินอาหารระหว่างเดินบนท้องถนนที่เห็นเป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่พ่อแม่จูงมือข้ามถนนนั่นแหละ
       
       เด็กน้อยเหล่านั้นเรียนรู้อะไรจากพ่อแม่ ? สามารถเดินไปกินไปขณะข้ามถนน ? การข้ามถนนไม่จำเป็นต้องเร่งรีบก็ได้ ? ฯลฯ
       
       ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเป็นการปลูกฝังให้ลูกเห็นตัวอย่างทางตรงอย่างชัดเจน เพียงแต่เป็นตัวอย่างที่แย่และเป็นอันตรายต่อตัวเด็กยิ่งนัก
       
       พ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องสอนให้ลูกใช้ทางม้าลายหรือข้ามถนนอย่างถูกวิธี และต้องปลูกฝังตั้งแต่เล็กด้วย มีคำแนะนำมาฝากค่ะ
       
       หนึ่ง ต้องสอนให้เขาเรียนรู้ว่าการข้ามถนนเป็นเรื่องสำคัญต้องเร่งรีบ ถึงแม้สัญญาณไฟแดงอยู่ แต่ก็ต้องรีบข้ามถนนทันที
       
       สอง ต้องหยุดทุกกิจกรรมขณะข้ามถนน ไม่ว่าจะเป็นการเดินกินขนม หรือเดินคุยเล่น
       
       สาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรระหว่างข้ามถนน เช่น เสียงโทรศัพท์ดัง มีคนเรียก ก็ควรจะเดินข้ามถนนให้เสร็จก่อน ไม่ควรหยุดชะงัก เพราะปัจจุบันผู้ขับขี่รถยนต์ รวมถึงจักรยานยนต์ในบ้านเรา ก็มีผู้ที่ไม่เคารพกฎกติกาจำนวนมาก พ่อแม่ก็ต้องบอกลูกด้วยว่า แม้เราจะปฏิบัติตามกฎจราจร แต่ก็มีโอกาสที่จะพบคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรได้ตลอดเวลา
       
       สี่ อย่าหันไปเก็บของที่ตกหล่นระหว่างทางขณะข้ามถนน เพราะอาจทำให้รถมองไม่เห็นเรา แล้วเป็นจังหวะเปลี่ยนสัญญาณไฟ อาจเป็นอันตรายได้
       
       ห้า ฝึกให้ลูกสังเกตถนนด้วย ถ้าถนนเปียกมีโอกาสลื่น และรถยนต์ที่ผ่านไปมาก็อาจเบรกไม่อยู่ ก็ต้องสอนให้ลูกรู้จักการกะระยะ รวมถึงต้องเดินอย่างระมัดระวัง เพราะคนเดินก็มีโอกาสลื่นเช่นกัน
       
       หก ถ้าลูกเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่ต้องจูงมือเด็กข้ามถนนทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น และการข้ามถนนที่ถูกวิธี พ่อแม่ควรจะอยู่ฝั่งรถ (บังเด็ก) และผู้ใหญ่ต้องเป็นคนจูงให้แน่น ไม่ควรให้เด็กจับมือผู้ใหญ่ เพราะเขาอาจจะหลุดมือของเราไปได้
       
       ทุกวันนี้เราสามารถพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้คนมากมายบนท้องถนนขณะข้ามถนน เช่น เดินคุยโทรศัพท์, เดินไปกินไป, เดินทอดน่อง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ได้ถูกประทับรับเข้าไปทางสายตาของเด็กๆ และซึมซับเข้าไปเป็นแบบอย่างโดยที่ไม่รู้เท่าทัน และผู้ใหญ่เหล่านี้ก็กลายเป็นผู้รังแกเด็กไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน 
       
       โปรดอย่ามองข้ามหรือมองเรื่องการข้ามถนนของลูกเป็นเรื่องเล็กๆ เลยค่ะ !!


ที่มา  http://www.manager.co.th