เปิดมุมมอง "รศ.ดร.สายสุรี" เลี้ยงลูกอย่างไรให้มีคุณภาพ

Posted on 2017-11-28

เปิดมุมมอง

      การเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพ เป็นสิ่งที่ท้าทายพ่อแม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ต้องช่วยกันทำงานหาเงิน และรับมือกับคน ตลอดจนสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การเลี้ยงลูกค่อนข้างเหนื่อย และเพลียมากกว่าสมัยก่อน
       
       ความน่าเป็นห่วงนี้ รศ.ดร.สายสุรี จุติกุล รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และนักวิชาการด้านเด็กปฐมวัย บอกว่า หากพ่อแม่ไม่เตรียมตัวเองให้พร้อม และเลี้ยงลูกให้เป็นไปตามยถากรรม หรือตามมีตามเกิดต่อไปเรื่อย ๆ เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ และพ่อแม่ที่ไม่มีคุณภาพ
       
       "การเป็นพ่อแม่เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ที่ต้องฝึก ต้องซ้อม ที่ผ่าน ๆ มา เราไม่ค่อยได้มีหลักสูตรเตรียมพร้อมความเป็นพ่อแม่เท่าที่ควร ทำให้พ่อแม่หลาย ๆ ท่าน กลายเป็นพ่อแม่ที่ไม่รู้ ไม่สน พ่อแม่ฉันสอนมาอย่างไรก็แบบนั้น ไม่ได้กิน ไม่ได้เที่ยว พอมีลูกก็จะให้ลูกกิน ลูกเที่ยว หรือเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกไปตามยถากรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีคุณภาพ และเติบโตเป็นพ่อแม่ที่ไม่มีคุณภาพตามมาด้วย"
       
       ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกแบบตามมีตามเกิด ได้รับการยืนยันผ่านงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยว่า การที่พ่อแม่เลี้ยงลูกโดยไม่ใส่ใจเท่าที่ควร หรือไม่ก็นำไปฝากตามสถานรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่ยังแบเบาะนั้น จะทำให้เด็กมีความเสี่ยงสูงต่อการมีพฤติกรรมผิดปกติ และอาจเป็นโรคสมาธิสั้นมากกว่าเด็กที่ได้รับการใส่ใจอย่างเต็มที่ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเด็กเติบโตขึ้นไป และเข้าสู่ระบบการศึกษา เขาก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาสำหรับครู และเพื่อน ๆ ตลอดจนสังคมรอบข้างอีกด้วย
       
       "ครอบครัวทุกวันนี้ เราต้องยอมรับว่ามีความหลากหลายเพิ่มขึ้น คนที่จะมีครอบครัวต้องมีความรู้มากขึ้นด้วย เนื่องจากสังคมเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ซึ่งคนที่จะเป็นพ่อแม่ต้องศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่ของตัวเองให้ดี เช่น พ่อแม่ที่ดีเป็นอย่างไร จะเลี้ยงลูกไปตามยถากรรมแบบเก่า ไม่ได้แล้ว เพราะจะเจอปัญหาเยอะแยะเต็มไปหมดเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะมาจากเด็ก หรือตัวพ่อแม่เอง ทางที่ดี เราไม่ควรให้มันเกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยไปแก้ไข เหมือนพยายามไปทำให้ชามที่แตกแล้วประสานกันซึ่งมันก็เป็นรอย ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้"
       
       "ดังนั้น คุณภาพเด็กเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเด็กเรายังด้อยอยู่หลายด้าน ที่ออกมาบอกว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอดนั้น เราไม่ต้องการเปลี่ยนนะคะ แค่อยากให้คิดใหม่เท่านั้นเอง สำหรับใครที่อยากจะรักลูกให้ตีก็เชิญค่ะ เพราะลูกคุณ แต่อย่ามาตี หรือทำรุนแรงกับลูกคนอื่น เพราะการที่เด็กถูกทำร้ายบ่อย ๆ มีหลายงานวิจัยระบุชัดเจนว่า เด็กจะนำวิธีที่พวกเขาถูกทำร้ายไปใช้กับผู้อื่น และยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่เด็กถูกทำร้าย ไม่ใช่กายอย่างเดียว ใจเขาถูกทำร้ายไปด้วย ส่งผลให้การเรียนรู้ชะงักงัน เมื่อถูกทำร้ายบ่อย ๆ สมองก็ยิ่งด้อยไปด้วย" นักวิชาการด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้เผย
       
       ไม่เพียงแต่พ่อแม่เท่านั้น นักวิชาการด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกว่า บุคลากรทางการศึกษาอย่าง ครู ควรมีคุณภาพ และใส่ใจเด็กอย่างทั่วถึงด้วย
       
       "ทุกวันนี้เราช่วยกันผิดทาง แทนที่จะช่วยครูก่อนด้วยการปรับปรุงตัวครูให้มีคุณภาพเพื่อให้เด็กมีคุณภาพ แต่กลับเน้นไปที่การประเมิน โดยไม่เยียวยา ไม่ช่วยครูก่อน ส่วนครูนั้นสอนแต่ไม่เยียวยา ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะสนใจเด็กที่บวกเลขไม่ได้ แต่กลับไปสนใจเด็กที่บวกเลขได้ หรือการอ่านออกเขียนได้ ครูหลาย ๆ ท่านสนใจเด็กไม่ทั่วถึง ทำให้เด็กบางกลุ่มอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นตามมา"
       
       ท้ายนี้ รศ.ดร.สายสุรี ได้ฝากแนวทางเพื่อสร้างสุขในครอบครัวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสร้างสรรค์ ไม่ใช่มุ่งแต่ทำลายกันและกัน
       
       "การสร้างครอบครัวให้มีความสุข เริ่มง่าย ๆ จากภาษาพูดที่เคารพ และให้เกียรติกัน ใช้วิธีที่สร้างสรรค์มากกว่าการทำลายกันและกัน ไม่อยากให้เป็นเหมือนสังคมทุกวันนี้ที่พยายามทำลายกันมากกว่าสร้างสรรค์ ดังนั้นพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก สามีภรรยาต้องรู้จักปรับตัวเข้าหากัน เพราะคนทุกคนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล การไปบอกให้อีกฝ่ายต้องเหมือนเรา ตรงนี้มันไม่ถูก แต่การยอมรับ และค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน คือหัวใจสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ และชีวิตครอบครัว" นักวิชาการด้านเด็กปฐมวัยฝาก


ที่มา  http://www.manager.co.th