‘เมล็ดพืช’ น้องใหม่ของวงการ

Posted on 2017-12-01

‘เมล็ดพืช’ น้องใหม่ของวงการ

เมล็ดพืชควรรู้ 
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก บำรุงโลหิตและโฟเลตป้องกันทารกพิการ มีไขมันไม่มากนัก แต่น่าเสียดายที่เป็นไขมันชนิดอิ่มตัวซึ่งอันตรายต่อสุขภาพ 

เกาลัด เกาลัดต่างจากพวกเมล็ดเปลือกแข็งอื่นๆ ตรงที่มีแป้งเป็นองค์ประกอบหลัก ไขมันต่ำ และพลังงานต่ำ 

มะคาเดเมีย มีรสชาติหวานมัน ในแง่บวกมะคาเดเมียมีเหล็ก แมกนีเซียม และวิตามินบีปริมาณค่อนข้างสูง แต่น่าเสียดายที่มีไขมันสูงสุดในบรรดาลูกนัททั้งหลาย 

พิสตาซิโอ เริ่มเป็นที่รู้จักระดับโลกเมื่อ 70 ปีที่แล้ว เรียกว่าเป็นน้องใหม่ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร เนื้อในออกสีเขียว เปลือกนอกสีเนื้อหรือน้ำตาล มีธาตุเหล็ก วิตามินบี1 และฟอสฟอรัสในปริมาณสูง 

อัลมอนด์ มีคุณค่าทางอาหารสูง มีแคลเซียมสูงกว่าพืชจำพวกนัททั้งหลาย มีวิตามินบี 2 เหล็กและวิตามินอี และที่โดดเด่นมากคือ มีไฟเบอร์สูงสุดในบรรดาเมล็ดพืชเปลือกแข็งที่เราใช้เป็นอาหาร 

เมล็ดงา เป็นเมล็ดพืชสำคัญสำหรับชาวเอเชียและแอฟริกา มีน้ำมันมาก คนจีนบีบเอาน้ำมันงาปรุงอาหารช่วยให้อาหารหอมอร่อย มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม แต่แคลเซียมครึ่งหนึ่งจับอยู่กับออกซาเลตทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ 

เมล็ดทานตะวัน ชาวมังสะวิรัติ ใช้เมล็ดทานตะวันเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลักเพื่อช่วยเพิ่มโปรตีน เมล็ดทานตะวันลายขาวดำ เหมาะกับการกินเล่นเป็นของขบเคี้ยว ส่วนชนิดเปลือกดำนิยมใช้ทำน้ำมันเพราะมีน้ำมันสูง เมื่อเทียบกับเมล็ดฟักทอง มันจะมีแคลเซียม วิตามินบี 1 บี 6 และโฟเลตสูงกว่า แต่น้ำมันก็มากกว่าด้วย 

เมล็ดฟักทอง เมล็ดฟักทองมีโปรตีนรองลงมาจากถั่วลิสง ไขมันต่ำ และมีเหล็กสูง ปัญหาอย่างเดียวที่พบคือเกลือซึ่งผู้ผลิตบางเจ้าใส่เกลือมากจนลิ้นชา (การบริโภคเกลือมากไม่เป็นผลดีต่อไตและแสลงโรคความดันโลหิตสูง) 

อันตรายที่ควรรู้ 
การแพ้ น้อยคนจะแพ้เมล็ดพืชทั้งเปลือกหนาและบาง แต่หากแพ้อาจรุนแรงถึงตาย ไม่มีรายงานการแพ้ลูกนัทถึงตายในไทย แต่ในอเมริกามีผู้เสียชีวิตประมาณปีละ 5-6 คน ปีที่ผ่านมา อเมริกาได้แนะนำหญิงมีครรภ์และสตรีให้นมบุตรที่มีประวัติภูมิแพ้ หอบหืด ให้หลีกเลี่ยงถั่วลิสงและลูกนัทต่างๆ เพื่อความปลอดภัย 

สารพิษ 
เนื่องจากเมล็ดพืชเป็นเครื่องมือสืบเผ่าพันธุ์ที่สำคัญ ดังนั้นพืชจึงหาทางปกป้องเมล็ดพืชไว้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น สร้างเปลือกแข็งหุ้มสร้างหนามแหลม หรืออาจสร้างสารพิษในเนื้อ 
นับว่าเป็นโชคดีที่สารพิษส่วนใหญ่สูญสลายหลังการปรุงสุกหรือแม้แต่เพาะเป็นถั่วงอก จึงต้องจำไว้เสมอว่าอย่าเคี้ยวเมล็ดถั่วดิบกินเล่น 

สารก่อมะเร็ง 
เมล็ดถั่วและเมล็ดพืชที่เน่า มีเชื้อราขึ้น อาจกลายเป็นสารก่อมะเร็งรุนแรง อันเป็นผลจากสารพิษชื่อ อะฟลาทอกซิน สารพิษตัวนี้ไม่สลายตัวเมื่อถูกความร้อน และมีฤทธิ์ก่อมะเร็งในตับรุนแรง

 

ระวังให้ดีหากจะใช้ถั่วลิสงที่ไม่รู้แหล่งผลิตปรุงก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เพราะผู้ผลิตขาดคุณภาพอาจไม่คัดถั่วมีเชื้อราทิ้ง อย่าเห็นแก่ความอร่อย มะเร็งตับ...ตายสถานเดียวค่ะ

 

ที่มา  http://siamdara.com/