แม่ทำงานนอกบ้านอาจพาลูกเสี่ยง 3 ปัญหาสุขภาพ

Posted on 2017-12-01

แม่ทำงานนอกบ้านอาจพาลูกเสี่ยง 3 ปัญหาสุขภาพ

      เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพของเด็ก ๆ จำนวน 90,000 คนในสหรัฐอเมริกา และพบว่า เด็ก ๆ ที่มีคุณแม่เป็นพนักงานประจำ หรือต้องออกไปทำงานนอกบ้านนั้นมีโอกาสที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล, ป่วยด้วยโรคหอบหืด ได้รับอุบัติเหตุจนเป็นผลให้กระดูกหัก หรือโดนสารพิษมากกว่าเด็กที่คุณแม่ไม่ได้ทำงานนอกบ้าน ซึ่งเป็นไปได้ว่า การขาดคนดูแลเด็ก ๆ คือหนึ่งในสาเหตุของปัญหาดังกล่าว
       
       การวิจัยนี้ได้มุ่งไปที่สุขภาพ และความแข็งแรงสมบูรณ์ของเด็ก ๆ วัยเรียนจำนวน 90,000 คน โดยเด็ก ๆ กลุ่มนี้มีน้องอย่างน้อย 1 คน ซึ่งพบว่า เมื่อมารดาต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ความเสี่ยงของเด็กที่จะพบเจอกับ 3 กรณีปัญหา ได้แก่ การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล, อาการหอบหืด และการผจญกับสารมีพิษ เพิ่มขึ้นสูงถึง 200 เปอร์เซ็นต์
       
       ส่วนหนึ่งเป็นไปได้ว่า คุณแม่ที่ต้องทำงานประจำจะรู้สึกผิดที่่ไม่ได้ดูแลลูกน้อยในช่วงกลางวัน และมักจะพาลูกไปพบแพทย์หากเกิดสิ่งผิดปกติ แม้จะเป็นความเจ็บป่วย หรือปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกก็ตาม
       
       อย่างไรก็ดี ดร.เมลินดา เมอร์ริลล์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่า เจ้าของงานวิจัยชิ้นนี้ได้ออกมากล่าวเสริมด้วยว่า "คุณค่าของความเป็นแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า คุณแม่ท่านนั้นทำงานนอกบ้าน หรือคุณแม่ท่านนั้นเลือกเป็นแม่บ้านแทนการออกไปทำงาน แต่สาเหตุที่นำมาซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ก็เพื่อให้เราได้ตระหนักถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะตามมาจากการเลือกของผู้เป็นแม่ (ว่าจะออกไปทำงาน) มากกว่า" 
       
       นักวิจัยเจ้าของงานวิจัยดังกล่าวชี้ว่า แม้ว่าการที่คุณแม่ของเด็ก ๆ ออกไปทำงานจะมีประโยชน์ต่อครอบครัวมากมาย แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็จำเป็นต้องมีตัวช่วยให้แม่ ๆ สมัยนี้ตอบสนองกับความต้องการของงานในบ้าน และงานออฟฟิศได้เช่นกัน
       
       พร้อมกันนี้ ทางนักวิจัยยังได้กล่าวถึงการทำวิจัยในอดีตเกี่ยวกับสุขภาพของเด็ก ๆ แต่พิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เช่น รายได้ที่เพิ่มขึ้นของครอบครัว การมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น และความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นแม่ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนั้นระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว การที่เด็ก ๆ มีแม่ทำงานนอกบ้านนั้น เป็นผลดีต่อตัวเด็ก ๆ เอง
       
       แต่หากพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของทั้งสองทางเลือกแล้ว คงอาจกล่าวได้ว่า เป็นทางเลือกที่ยากจะตัดสินชี้ขาด สำหรับผู้เป็นแม่ที่ตัดสินใจออกไปทำงานหารายได้มาช่วยจุนเจือครอบครัว เพราะนั่นเท่ากับช่วยให้ครอบครัวมีเงินมากพอที่จะซื้อประกันสุขภาพดี ๆ ให้กับลูก ๆ รวมถึงมีเงินมากพอที่จะซื้ออาหารดี ๆ มารับประทาน และนั่นทำให้สุขภาพโดยรวมของเด็ก ๆ ดีขึ้น แต่แง่ลบของทางเลือกนั้นก็คือ การต้องยอมรับว่าลูก ๆ จะขาดการดูแลเอาใจใส่ไปพอสมควร รวมถึงขาดการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เพราะเวลาที่แม่ควรมีให้ลูกนั้นถูก "งาน" ดึงหายไป
       
       เรียบเรียงจาก innovations-report เดลิเมล และเฮลท์เดย์นิวส์


ที่มา  http://www.manager.co.th