เมื่อลูกไม่เข้าใจ "ความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต"

Posted on 2017-12-04

เมื่อลูกไม่เข้าใจ

       เป็นเรื่องที่ต้องกระตุกพ่อแม่ให้หันมาให้ความสำคัญอย่างมาก กับความรู้สึก "ไว้ใจโลกออนไลน์" ของลูก ๆ ที่เด็กหลายคนมองว่า เป็นพื้นที่ที่มีทั้งเพื่อน มีทั้งความบันเทิง มีข้อมูลต่าง ๆ รอให้ค้นหาอยู่มากมาย และความไว้ใจนี้นำไปสู่การกระทำบางอย่างที่ล่อแหลม และอาจนำภัยมาถึงตัวเด็ก ๆ ได้โดยง่าย
       
       ความน่าสะพรึงกลัวของปัญหานี้อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่เด็กมีความไว้ใจ และป้อนข้อมูลต่าง ๆ ของตนเองลงไปในแบบฟอร์มที่เว็บไซต์ต่าง ๆ ระบุให้กรอก ทั้งที่อยู่ที่แท้จริง เบอร์โทรศัพท์ โรงเรียน ฯลฯ
       
       หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำทีขอเป็นเพื่อนกับเด็กคนดังกล่าวผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคม ก็จะสามารถเข้ามาดูข้อมูลของเด็ก รวมถึงอาจล่อลวงไปทำอันตรายได้นั่นเอง
       
       แม้แต่ประเทศมหาอำนาจในสหภาพยุโรปอย่างอังกฤษ ก็กำลังปวดหัวกับปัญหานี้เช่นกัน เนื่องจากพบว่า กว่าครึ่งของเด็กอายุ 9 - 12 ปีในประเทศตนเองสร้างโปรไฟล์เอาไว้บนเว็บไซต์เครือข่ายสังคม และในเด็กวัยรุ่น (13 - 16 ปี) ตัวเลขนี้เพิ่มสูงเป็น 88 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (อ้างอิงจากการสำรวจของ EUKidsOnline network) สิ่งที่น่ากลัวคือ หนึ่งในห้าของเด็กเหล่านั้นใส่ที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ของตนเองลงไปด้วยในโปรไฟล์ แต่มีเด็กอายุ 11 - 12 ปีเพียงครึ่งหนึ่งระบุว่า พวกเขารู้วิธีการตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นกว่าเดิม ส่วนที่เหลือระบุว่าไม่ทราบ
       
       สถิติที่น่าตกใจอีกประการหนึ่งก็คือ ในแต่ละปี มีความพยายามค้นหาภาพอนาจารเด็ก (เฉพาะในอังกฤษ) สูงถึง 58 ล้านครั้ง
       
       ในเมื่อไม่สามารถปฏิเสธการมาถึงของสื่อเหล่านี้ได้ สิ่งที่ผู้ปกครองควรดำเนินการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ตนเองและลูก ๆ หนีไม่พ้น
       
       เรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจกับลูก ๆ 
       
       ไม่ควรรับคนแปลกหน้าเป็นเพื่อน พ่อแม่ควรสอนให้ลูกพิจารณาส่วนประะกอบต่าง ๆ เช่นน ภาพ และชื่อของคนที่มาDขอแอดเป็นเพื่อน หรืออย่างน้อยถ้าเป็นเพื่อนกัน ก็ควรมีการทักทายใด ๆ มาพร้อมกับการขอแอด ส่วนคนแปลกหน้านั้น ลบทิ้งได้ควรลบทิ้ง ไม่ต้องเก็บไว้
       
       ไม่ควรใส่ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ลงไป หรือแม้แต่สถานที่เรียน เพราะหากคนร้ายเห็นข้อมมูลจากโปรไฟล์อาจดักรอ ลักพาตัว หรือกระทำการต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และคนในครอบครัวได้
       
       หมั่นให้ลูกตรวจสอบโปรไฟล์ของตนเองเสมอ ๆ และลบคนที่ไม่ไว้ใจ หรือไม่สนิทพอออกไป ดีกว่าปล่อยให้คนเหล่านั้นเข้ามาเห็นข้อมูลการเคลื่อนไหวของลูก ๆ ตลอดเวลา (รับแอดเป็นเพื่อนได้ก็ยกเลิกแอดได้ ไม่มีใครตำหนิ)
       
       ตั้งค่าระดับการรักษาความปลอดภัยให้สูงเข้าไว้ ในเมื่อหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ลงมาดำเนินการ ในฐานะผู้บริโภคเทคโนโลยีก็ต้องดูแลตนเอง โดยพ่อแม่ก็ควรชวนลูก ๆ มานั่งเซ็ตค่าต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยกัน จะได้สอนและให้ความเข้าใจกับลูกได้อย่างถูกต้อง
       
       ยุคนี้ อะไรที่ประชาชนสามารถทำได้เพื่อป้องกันตัวเอง ก็ขอให้ทำไปก่อน เพราะบางครั้ง การรอผู้ที่มีหน้าที่ลงมาให้ความช่วยเหลืออาจไม่ทันการก็เป็นได้


ที่มา  http://www.manager.co.th