ภัยปีใหม่ ดูแลอย่างไรไม่ให้ลูกเกิดกิเลส

Posted on 2017-12-07

ภัยปีใหม่ ดูแลอย่างไรไม่ให้ลูกเกิดกิเลส

ในโลกแห่งวัตถุนิยม ที่เต็มไปด้วยสิ่งของยั่วเย้า เทคโนโลยีที่ออกใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน การป้องกันจิตใจจากสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่ยังไม่อาจแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้องหากปราศจากคำแนะนำที่เหมาะสม และเมื่อเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองซึ่งเต็มไปด้วยแสงสี และของขวัญยั่วยวนตามาถึง ก็ย่อมทำให้เด็กน้อยหวั่นไหวไปกับสิ่งเหล่านั้นได้ การสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันจิตใจไม่ให้ลูกน้อยหลงใหลไปกับคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ จึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญของพ่อแม่ในโลกแห่งวัตถุนิยมใบนี้ 
พญ.รัตโนทัย พลับรู้การ  จิตแพททย์เด็กและวัยรุ่น จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า “คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกกลับมาจากโรงเรียน แล้วร้องขอบางสิ่งบางอย่าง ด้วยเหตุผลว่าเพื่อนๆ ที่โรงเรียนมีกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ วิดีโอเกม หรือสิ่งของฟุ่มเฟือยต่างๆ กรณีเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าโลกวัตถุนิยมส่งผลต่อลูกหลานของเราอย่างไร หากเราตอบสนองผิดเด็กๆ ก็จะมีความต้องการไม่รู้จบ
       
       สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มทำ คือ สอนให้ลูกเข้าใจความแตกต่างของสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่อยากได้โดยอาจนั่งลงถามความคิดเห็นลูกว่าคำสองคำนี้ลูกเข้าใจว่าอย่างไร อะไรคือสิ่งที่จำเป็น และอะไรคือสิ่งที่อยากได้ ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่นอกเหนือไปจากปัจจัย 4 ล้วนเป็นสิ่งที่อยากได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิต” 
       
       การสอนลูกในเรื่องดังกล่าวควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น เมื่อลูกโตเข้าสู่วัยเรียนหรือมีอายุ 7 ปีขึ้นก็ไปสามารถเข้าใจเหตุผลได้มากขึ้น อีกทั้งการชมเชยลูกเมื่อสามารถอดกลั้นต่อสิ่งที่อยากได้ เป็นวิธีการที่จะทำให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำต่อไป                      
        
       นอกจากนั้น ควรเปลี่ยนจากการให้รางวัลลูกด้วยสิ่งของ มาเป็นการให้เวลากับลูกมากขึ้น เช่น แทนที่จะซื้อของเล่นใหม่ให้เมื่อลูกทำคะแนนสอบได้ดี ก็อาจเปลี่ยนเป็นพาลูกไปเที่ยวทะเล เพื่อได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เด็กๆ เข้าใจว่า สิ่งที่มีค่าและทำให้มีความสุขในชีวิตนั้นไม่ใช่สิ่งที่ซื้อหาด้วยเงิน แต่เป็นการใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขในครอบครัวต่างหาก
       
       “ปีใหม่นี้คุณพ่อคุณแม่อาจถือโอกาสเปลี่ยนจากซื้อของให้ลูก เป็นการใช้เวลากับลูกโดยอาจพากันไปเที่ยวทั้งครอบครัว เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการให้เวลากับลูก ฟังลูกให้มาก เพราะจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจความคิดของลูกมากขึ้น และเปิดโอกาสให้คุณได้สอดแทรกแง่คิด และการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมให้กับลูกได้สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย เพราะการเรียนรู้ของเด็กๆ มากกว่าครึ่งมาจากการเลียนแบบผู้ใหญ่ใกล้ตัวนั่นเอง” พญ.รัตโนทัย กล่าวสรุป
       
       อย่างไรก็ดี เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ จะเห็นได้ว่าแต่ละห้าง แต่ละค่าย มีการทำโปรโมชันเพื่อดึงเงินออกจากกระเป๋าลูกค้าอย่างเต็มที่ ขนาดผู้ใหญ่เองยังหลงไปกับกระแสเหล่านั้น และเด็กๆ คือ เหยื่อชั้นดีที่ทำให้ผู้ปกครองยอมจ่าย ดังนั้น การทำความเข้าใจ และการให้เหตุผลกับลูกอาจเป็นวัคซีนดีๆ ที่ช่วยสกัดกั้นเชื้อบ้าซื้อของในเด็กได้ และนี่อาจถึงเวลาแล้วที่เราควรทำความเข้าใจถึงการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ในช่วงปีใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องช้อปๆๆ เสมอไป แต่ลองเปลี่ยนเป็นการทำบุญ บริจาคสิ่งของเพื่อผู้ยากไร้ดูบ้าง หรือใช้เวลาอยู่ร่วมกันในครอบครัวบ้าง ก็เชื่อว่า แต่ละครอบครัวน่าจะมีเวลาดีๆ ร่วมกันได้เช่นกัน


ที่มา  http://www.manager.co.th