แพทย์เมืองเบียร์ชี้ เลี่ยงนมวัว ลดเสี่ยงภูมิแพ้ได้!

Posted on 2017-12-27

แพทย์เมืองเบียร์ชี้ เลี่ยงนมวัว ลดเสี่ยงภูมิแพ้ได้!

        เตือนพ่อแม่ที่ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ ควรระวังโภชนาการของลูกน้อยหลังคลอดให้มาก โดยเฉพาะการป้อนนมวัวสูตรธรรมดาแก่ทารกหลังคลอด พร้อมเผยข้อมูลงานวิจัยที่พบว่า การป้อนนมชนิดดังกล่าวแก่ทารกเสี่ยงต่อการทำให้ทารกป่วยด้วยโรคภูมิแพ้สูง
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่าในทศวรรษที่ผ่านมา อุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ในเด็กได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมและการเจริญเติบโตของลูกน้อย เนื่องจากตัวเด็กเองต้องทรมานจากอาการของโรค ส่วนผู้ปกครองก็ต้องทุกข์ใจ อีกทั้งยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย
       
       อย่างไรก็ดี โรคภูมิแพ้ในเด็กก็ใช่ว่าจะยากเกินรับมือ เมื่อ ศ.นพ.อุลริค วาห์น ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ จากแผนกโรคปอดและวิทยาภูมิคุ้มกันเด็ก สถาบันชาริเต้ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี วิทยากรในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “ปกป้องลูกน้อยจากภูมิแพ้ เริ่มต้นดูแลที่โภชนาการ” ที่จัดขึ้นโดยสถาบันโภชนาการเนสท์เล่ ได้มาเผยถึงแนวทางในการดูแลเด็กที่มีโอกาสเสี่ยงจะป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เอาไว้อย่างน่าสนใจ
       
       “ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่เราต้องต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น หัดเยอรมัน คางทูม ตับอักเสบชนิด A วัณโรค มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีวัคซีนป้องกัน ขณะที่โรคที่เกิดจากภาวะผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกายกลับสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยโรคดังกล่าวได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 และภูมิแพ้ โดยโรคภูมิแพ้ที่พบมากได้แก่ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หอบหืด ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ และการแพ้อาหาร” ศ.นพ.อุลริค วาห์นกล่าว
       
       “ที่สำคัญ เรามักพบเด็กทารกที่เป็นผื่นภูมิแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ และการมีผื่นภูมิแพ้เป็นเพียงแค่ด่านแรกที่เด็กต้องเผชิญ เพราะในอนาคต เด็กกลุ่มนี้จะเสี่ยงต่อการแพ้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่นๆ เช่น แพ้ขนสัตว์ แพ้อาหาร แพ้ฝุ่น ฯลฯ”
       
       พร้อมกันนี้ ศ.นพ.อุลริค วาห์น ได้ยกตัวอย่างแนวทางการดูแลเด็กทารกกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในเยอรมนี ถ้าพ่อหรือแม่เป็นภูมิแพ้ หรือทั้งพ่อและแม่มีอาการของโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ โอกาสที่ทารกจะป่วยด้วยโรคดังกล่าวมีสูงมาก ดังนั้น หลังจากคลอดแล้ว อาหารของทารกที่ดีที่สุดคือนมแม่ แต่ถ้านมแม่ยังไม่มา ทางเลือกต่อไปที่ทางคณะแพทย์ในเยอรมนีเลือกปฏิบัติก็คือการให้ทารกดื่มน้ำไปก่อนจนกว่านมแม่จะมา และควรหลีกเลี่ยงการป้อนนมวัวสูตรธรรมดาโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นโอกาสที่ทารกจะเกิดภูมิแพ้จะมีสูงมาก”
       
       สำหรับแนวทางในการดูแลทารกกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคภูมิแพ้สูงดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ศ.นพ.อุลริค วาห์น เผยว่า ในเยอรมนีปฏิบัติแบบนี้มานานกว่า 10 ปีแล้วด้วย
       
       นอกจากนี้ ศ.นพ.อุลริค วาห์น ยังได้อ้างถึงโครงการวิจัยของแพทย์เยอรมันที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับทารกหลังคลอด (Preventive effect of hydrolyzed infant formulas persists until age 6 years: long-term results from the German Infant Nutritional Intervention Study (GINI)) โดยพุ่งเป้าไปที่ “โครงสร้างของโปรตีนในนมวัวที่เด็กได้รับหลังคลอด” ซึ่งโดยปกติแล้ว ในน้ำนมวัวนั้นจะมีโครงสร้างของโปรตีนที่ยาว และเด็กทารกไม่สามารถย่อยได้อย่างสมบูรณ์ อันจะนำไปสู่การเกิดโรคภูมิแพ้ แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีนโดยนำมาผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ (ตัดหรือย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลง) ผลกระทบที่เกิดกับเด็กทารกจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็พบว่า โอกาสที่จะเกิดภูมิแพ้ในเด็กนั้นลดลง
       
       โดยในโครงการดังกล่าวซึ่งใช้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลนั้นได้ทำการศึกษาในเด็กทารกประมาณ 2,000 ราย และใช้นมผง 4 สูตร ได้แก่ นมผงสูตรธรรมดา นมผงที่มีการย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลงระดับหนึ่ง นมผงที่มีการย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลงมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง และสุดท้ายคือนมที่มีการย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กมาก โดยเด็กและแม่จะไม่ทราบยี่ห้อและสูตรของนมผงที่ได้รับ และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการวิจัยชิ้นนี้พบว่า เด็กทารกที่ดื่มนมวัวสูตรธรรมดามีการเกิดโรคภูมิแพ้สูงที่สุด ส่วนอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กที่ได้รับนมผงที่มีการย่อยโมเลกุลให้มีขนาดเล็กลงนั้นน้อยกว่า
       
       ด้าน รศ.พญ.พรรณทิพา ฉัตรชาตรี กุมารแพทย์ชั้นนำของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยากรของเวทีสัมมนาเชิงวิชาการได้ฝากคำแนะนำถึงพ่อแม่ชาวไทยด้วยว่า โภชนาการในช่วง 1,500 วันแรกนับตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงลูกวัย 3 ขวบเป็นสิ่งสำคัญมาก และนมแม่ย่อมดีที่สุดสำหรับทารก แต่สิ่งที่ไม่ควรลืมคือการดูแลโภชนาการทั้งของตนเองและลูกน้อยอย่างเหมาะสม และไม่ควรสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะมีการวิจัยพบว่า การสูบบุหรี่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่า การป้องกันโรคภูมิแพ้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดอาจเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ แต่คงจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งด้วยการสนับสนุนให้ครอบครัวได้เลี้ยงลูกกันด้วยนมแม่อย่างจริงจัง ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบเหมือนเช่นปัจจุบัน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน และสามารถทำได้คือการขยายสิทธิลาคลอดแก่หญิงมีครรภ์จาก 3 เดือนซึ่งไม่ใช่เวลาที่เพียงพอในการเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพเป็น 6 เดือน - 3 ปีเหมือนเช่นประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ ซึ่งหากทำได้ ทีมงาน Life & Family เชื่อว่า จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลจากการต้องกลับไปทำงานให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้การเลี้ยงดูลูกน้อยหลังคลอดราบรื่นมากขึ้นด้วย

 

ที่มา  http://www.manager.co.th