เก็บเงินได้ยากหากยังขอเงินพ่อแม่...จริงหรือ?

Posted on 2017-12-27

เก็บเงินได้ยากหากยังขอเงินพ่อแม่...จริงหรือ?

       ทำไมสังคมเราจึงมีคนส่วนหนึ่งที่เก็บเงินไม่อยู่ ออมเงินไม่ได้ เห็นเงินทีไรเป็นต้องใช้จนหมด แถมบางคนใช้หมดแล้วยังกล้าเอ่ยปากขอเพิ่ม และก็มีคนอีกประเภทหนึ่งที่เก็บเงินเก่ง บางคนเก็บเก่งขนาดที่ว่ามีเงินก้อนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ความแตกต่างข้อนี้ มีงานวิจัยจากสหราชอาณาจักรมาตอบโจทย์ให้แล้วค่ะ เพราะนักวิจัยพบว่า การที่คนเรามีแนวโน้มเก็บเงินเก่งตั้งแต่วัยเยาว์นั้น อาจเป็นเพราะพวกเขา ได้เรียนรู้ถึงค่าของเงินจากการทำงานพิเศษในช่วงวัยเด็กก็เป็นได้
       
       จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Sheffield ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอายุระหว่าง 11 - 15 ปี ประมาณ 3,200 คน โดยมีการสอบถามถึงรูปแบบการได้รับเงินค่าขนมในแต่ละเดือน และรูปแบบการใช้จ่ายเงินเหล่านั้น ทีมวิจัยพบว่า เด็กกลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ เด็กที่มีรายได้จากการทำงานพิเศษ และเด็กที่พึ่งพิงเงินค่าขนมจากผู้ปกครอง ซึ่งการศึกษานี้พบความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเด็กสองกลุ่มในเรื่องพฤติกรรมการเก็บออม โดยพบว่าเด็กกลุ่มที่ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้พิเศษนั้น มีแนวโน้มจะเก็บออมเงินได้มากกว่า และยังระบุด้วยว่า การที่เด็กมีงานพิเศษทำนั้นมีทัศนคติในเชิงบวกต่อการบริหารจัดการเงิน ซึ่งจะมีประโยชน์มากหากเด็กๆ กลุ่มนี้โตขึ้นไป
       
       ส่วนเด็กกลุ่มที่พึ่งพิงเงินค่าขนมจากผู้ปกครองนั้นมีแนวโน้มจะเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านิสัยนี้จะแก้ไม่ได้ เพราะเมื่อพวกเขาโตขึ้น ต้องทำงาน มีรายได้เป็นของตนเอง ก็สามารถฝึกได้เช่นกัน นอกจากนั้น ทีมวิจัยได้ระบุด้วยว่า พ่อแม่ควรมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ลูกหารายได้พิเศษเพื่อเป็นการฝึกตนเอง ไม่ควรหวังพึ่งพิงเงินจากพ่อแม่เสียทั้งหมด เพราะเงินก้อนที่เก็บออมมาตั้งแต่วัยเยาว์นั้นจะออกดอกออกผลอย่างงดงามในชั่วเวลาเพียง 10-20 ปี ดังนั้น เงินเก็บของลูกเมื่อตอน 5 ขวบอาจพัฒนาไปสู่เงินก้อนใหญ่ในวัย 25 ปีก็เป็นได้
       
       สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของพ่อแม่ที่หลายคนมองว่าสามารถส่งผลถึงลูกนั้น รายงานชิ้นนี้กลับเห็นต่าง โดยระบุว่า พ่อแม่ยุคใหม่มีการพูดคุยเรื่องเงินกับลูกน้อยลง จึงทำให้เด็กได้ซึมซับรูปแบบการใช้เงินของพ่อแม่ไม่มากเท่าที่ควร และไม่ส่งผลใดๆ ต่อพฤติกรรมการบริหารเงินของตนเอง
       
       แม้การหางานพิเศษทำจะเป็นเรื่องดี แต่พ่อแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะปลูกฝังลูกๆ เอาไว้เสมอว่า งานพิเศษที่จะเลือกทำนั้นต้องเป็นงานสุจริต ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น และอย่าสนใจเฉพาะตัวเงินมากจนเกินไป เพราะหากเกิดความโลภ ก็อาจนำไปสู่อันตรายได้อีกมากมาย

ที่มา  http://www.manager.co.th