ฝึกระเบียบให้ลูกรัก

Posted on 2018-01-03

ฝึกระเบียบให้ลูกรัก

        หลายบ้านมีคำถามในใจว่าจะเลี้ยงเจ้าตัวเล็กอย่างไรให้เป็นคนมีระเบียบในตัวเอง ไม่เที่ยวทิ้งขว้างข้าวของให้ต้องตามเก็บกันเป็นเจ้านายน้อยๆ ในบ้าน ของอย่างนี้มีเคล็ดลับค่ะ!
       
       1.เริ่มเสียแต่ยังเด็ก
       
       ก่อนอื่น เราต้องเริ่มหัดเขาให้รู้จักความมีระเบียบ เก็บของเป็นที่เป็นทางเสียแต่ยังเด็ก ดอกเตอร์ดอนนา โธมัส ร็อดเจอรส์ กล่าวว่า หากเริ่มหัดลูกน้อยให้เก็บของของตัวเองเสียตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เมื่ออายุ 8 ขวบ คุณแม่ก็แทบไม่ต้องช่วยจัดเก็บข้าวของให้ลูกสาวอีกต่อไป ตั้งแต่เก็บห้องนอนของตัวเอง และข้าวของที่ตัวเองใช้ ซึ่งถ้าทำได้ คุณพ่อคุณแม่เองก็จะเป็นคนที่สบายใจหายห่วงมากที่สุดค่ะ
       
       2.จัดที่ประจำให้เก็บข้าวของ
       
       อย่าดูถูกว่าเด็กเรียนรู้ไม่ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเริ่มจากจัดระเบียบบ้านให้ลงตัวก่อน ด้วยการไม่ปล่อยให้ลูกน้อยทิ้งของเล่นและเสื้อผ้าไว้ระเกะระกะ แต่ควรจัดที่ทางให้ลูกน้อยเก็บของของตัวเอง รวมถึงจัดวางที่ทิ้งขยะ วางกระเป๋า เสื้อผ้า และของเล่นให้เป็นที่เป็นทางให้เจ้าตัวน้อยคุ้นเคยด้วยค่ะ
       
       3.จัดหาที่เก็บของให้เป็นระเบียบ
       
       การมีตะกร้า หรือกล่องสำหรับจัดเก็บข้าวของให้เจ้าตัวน้อยเก็บของเล่น เครื่องเขียน ก็จำเป็น อาจติดป้ายหรือภาพให้เป็นสัญลักษณ์ จะช่วยให้ลูกน้อยจัดเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทางได้ง่ายและเป็นระเบียบขึ้นได้
       
       สำหรับเสื้อผ้าก็ควรมีช่องจัดเก็บ หรือตู้พลาสติกที่เด็กดึงเองได้ไว้ในห้องเพื่อจัดเก็บให้เป็นที่เป็นทาง เสื้อผ้าที่ใช้แล้วก็จัดวางตะกร้าเอาไว้ให้ มิฉะนั้น คุณอาจต้องคอยตามเก็บทีละชิ้นไปทั่วบ้านก็เป็นได้
       
       4.เป็นตัวอย่างที่ดี
       
       คงเคยได้ยินกันมาแล้วว่าหากต้องการให้ลูกเป็นอย่างไร ทำอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างเองเสียก่อน เพราะลูกน้อยจะเรียนรู้จากการดู แล้วเลียนแบบ ฉะนั้น หากตัวเองยังทำไม่ได้ ก็หวังได้ยากว่าลูกน้อยจะทำได้
       
       5.มีตารางเวลาที่แน่นอน
       
       นอกจากข้าวของแล้ว คุณพ่อคุณแม่คงอยากให้ลูกน้อยดูแลความสะอาดของตัวเองได้ดีด้วย การจะให้ลูกน้อยดูแลตัวเองได้ดีนั้นต้องเริ่มจากหัดให้เขาทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ แปรงฟัน หวีผม ฯลฯ แล้วจัดตารางเวลาให้แน่นอน ตั้งแต่เวลาตื่นนอน และเวลาที่จะทำสิ่งต่างๆ เวลารับประทาน ไปจนถึงเวลาเข้านอนอีกครั้ง
       
       ที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ เมื่อลูกทำได้ดีก็ควรชมเชย และให้รางวัลเป็นครั้งคราวด้วยค่ะ

ที่มา  http://www.manager.co.th