รักดวงตา ดั่งดวงใจ

Posted on 2018-01-03

รักดวงตา ดั่งดวงใจ

ดูแลดวงตาหน้าคอมพิวเตอร์อย่างไร 
การอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ มีผลเสียหลายประการ จากสถิติพบว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากกว่า 50%มีอาการทางสายตาหากใครใช้คอมพิวเตอร์นานกว่าวันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ควรระมัดระวังใส่ใจดวงตาให้มากขึ้น รวมทั้งคนที่อายุมากกว่า 40 ปี การใช้สายตาหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ก็มักจะได้รับผลกระทบมากกว่า 

ปัญหาที่พบมากที่สุดก็คือ ตาแห้ง เพราะกะพริบตาน้อยเกินไป วิธีแก้ก็ง่ายๆ แค่กะพริบตาให้ถี่ขึ้น ปรับความสูงของจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม เลือกแว่นตาเลนส์สีชมพูอ่อนที่ช่วยให้สบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ และหากมีแสงสว่างมากเกินไป ควรปิดหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์บางส่วน รวมถึงปรับมูลี่หน้าต่างไม่ให้แสงตกกระทบจอคอมพิวเตอร์โดยตรง และใช้แผ่นลดแสงสะท้อนจากคอมพิวเตอร์ 

จริหรือไม่ ผงชูรสทำให้ตาบอดได้ 
จากการศึกษาวิจัยของ ฮิโรชิ โอกุโร นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮิโรซากิ เมื่อ 2-3 ปีก่อนเปิดเผยว่า การกินผงชูรสมาก ๆ อาจทำให้ดวงตามองไม่เห็น เพราะเป็นต้อหิน ถึงแม้ได้รับสารปรุงแต่งรสอาหารชนิดนี้ทีละน้อย แต่กินต่อเนื่องเป็นเวลานานก็อาจทำให้ตาเป็นต้อได้เหมือนกัน แต่กินในปริมาณแค่ไหนถึงจะเป็นอันตรายต่อดวงตานั้นยังไม่ทราบแน่นอน

 

โรคต้อหินนี้มักพบในคนไข้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งพบมากในหมู่ชาวเอเชียตะวันออกโดยพันธุกรรมก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วย

 

ผลไม้ง่ายๆ ที่ช่วยบำรุงสายตาผู้สูงอายุ 
โรคตาเพราะความชรา เป็นสาเหตุใหญ่ของผู้สูงอายุวัยเกิน 65 ปีขึ้นไป สาเหตุที่ตามืดมัวลงเนื่องด้วยบริเวณที่เป็นจุดภาพชัดบนจอตาเกิดเสื่อมสภาพ ผลไม้ที่ให้คุณประโยชน์กับดวงตามากที่สุด ได้แก่ ส้มกับกล้วยหอม การขยันกินผลไม้จะมีคุณประโยชน์ ช่วยให้รอดพ้นจากการตาบอด อันเนื่องมาจากโรคของความแก่ชราเมื่อเราเข้าสู่วัยสูงอายุขึ้นได้

 

นักวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาลหญิงบริกแฮม ที่นครบอสตัน ศึกษาพบว่า ผู้ที่ขยันรับประทานผลไม้วันละ 3 หนขึ้นไป จะห่างพ้นจากการเป็นโรคตา อันมีสาเหตุมาจากความแก่ชราเมื่อล่วงเข้าวัยสูงอายุได้มากถึง 36% เมื่อเทียบกับผู้ที่กินเพียงวันละไม่ถึง 1.5 หนเท่านั้น

 

ทำไมตื่นนอนแล้วตาบวม 
"ผิวรอบดวงตา" เป็นเสมือนแอ่งขังน้ำ การนอนศีรษะต่ำเกินไป ทำให้ของเหลวใต้ผิวหนังสามารถไหลมารวมกันที่ "แอ่ง" รอบดวงตานี้ได้ จึงเกิดอาการ "ตาบวม" เมื่อตื่นนอน ถ้าอยากลดอาการตาบวมก็แค่หนุนหมอนขนาดพอเหมาะ สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยเหนือระดับของหัวใจ และนอนหงาย เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันของเหลวที่จะไหลมารวมกันอยู่รอบดวงตา และยังช่วยขับน้ำเหลือง ส่งผลดีต่อการจัดของเหลวออกจากร่างกาย ไม่ให้เกิดการสะสมไว้ใต้ผิวหนัง

 

ผลข้างเคียงของคอนแทคเลนส์มีหรือไม่ 
ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ที่จะปลอดภัย 100% ดร.โทมัส เจ. ลีสแกง จักษุแพทย์แห่งเมโยคลีนิก ในเมืองแจ็กสันวิลล์ มลรัฐฟลอริดา เตือนว่า ในระยะสั้น การใช้คอนแทคเลนส์ผิดวิธี อาจทำให้ตาเจ็บ คัน เกิดแผลถลอก กระจกตาฝ้ามัว และติดเชื้อได้ ส่วนในระยะยาว การใส่เลนส์ทั้งที่ดวงตาล้าหรือเคืองตา และปล่อยให้เลนส์สกปรกอาจทำให้กระจกตาเสียหายถาวรหรือกระจกตาเสียรูป

 

การใส่เลนส์จะลดออกซิเจนที่ไปหล่อเลี้ยงกระจกตา ทำให้มีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมมากขึ้น ในที่สุดก็เกิดการอักเสบ ตาบวม หรือตาแดง และแบคทีเรียก็อาจถูกขังอยู่ใต้คอนแทคเลนส์ได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อ ดังนั้น ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ควรตรวจเช็คกับจักษุแพทย์เป็นระยะๆ แม้ไม่ได้รู้สึกผิดปกติ ใส่เลนส์ให้ถูกวิธีตามคำแนะนำ พกแว่นสายตาไว้ด้วยเสมอเผื่อเกิดอาการระคายเคืองจะได้เปลี่ยนมาสวมแว่นแทน ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับเลนส์ทุกครั้ง และล้างเลนส์อย่างระมัดระวัง

 

มีวิธีบริหารดวงตาอย่างไร 
การบริหารดวงตาช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดี สวย แจ่มใส และมีสายตาดีอีกด้วยซึ่งวิธีการบริหารดวงตาแบบง่ายๆ เช่น กะพริบตาถี่ๆ เมื่อใดก็ตามที่นึกขึ้นมาได้หลับตาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วคลายออก จากนั้นใช้ปลายนิ้วก้อยกดนวดเบาๆ ตรงบริเวณใต้ดวงตาหรือจะใช้วิธีกลอกลูกตาโดยไม่ขยับศีรษะ โดยเริ่มจากการกลอกตาจากล่างขึ้นบนแล้วจึงค่อยทำจากซ้ายไปขวา จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้ดีขึ้น

 

จินตนาการว่ากำลังเขียนรูปสี่เหลี่ยมอยู่ด้วยดวงตา (หลับตา) และพยายามทำให้รูปสี่เหลี่ยมนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ยื่นแขนข้างขวาออกไปข้างหน้าและเลื่อนช้าๆ มองตามโดยต้องไม่ขยับศีรษะและพยายามมองปลายนิ้วข้างนั้นให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ เลื่อนแขนกลับมาข้างหน้าช้าๆ โดยไม่ละสายตาจากปลายนิ้ว จากนั้นให้เปลี่ยนไปใช้กรรมวิธีเช่นนี้กับแขนข้างซ้าย

 

อยากทำโยคะดวงตาแบบง่ายๆ 
การฝึกโยคะในท่าที่ใช้ศรีษะต่างเท้า ถือเป็นวิธีบริหารดวงตาที่ดีมาก เพราะเลือดที่ตกลงไปที่ศีรษะจะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดรอบดวงตา ซึ่งจะช่วยให้สายตาดีขึ้นอย่างมาก แต่ถ้าไม่ถนัดจะใช้วิธีนั่งบนเก้าอี้ก็ได้ แล้วห้อยศีรษะลงระหว่างเข่าทั้ง 2 ข้าง พยายามให้กระหม่อมดิ่งลงไปหาพื้นห้องให้ได้มากที่สุดนานประาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย

 

ที่มา  http://siamdara.com