วิจัยเผย แม่สุข...ลูกก็สุขด้วย

Posted on 2018-01-04

วิจัยเผย แม่สุข...ลูกก็สุขด้วย

       ผลสำรวจในวันนี้ แม้จะส่งตรงจากต่างแดน แต่ก็ค่อนข้างมีประโยชน์มากทีเดียวสำหรับการสร้างครอบครัวให้มีความสุข เพราะรอบตัวผู้เขียนเองก็ได้พบเห็นหลายครอบครัวที่สามียอมรับว่ารักลูกมาก แต่พอถามถึงภรรยา กลับไม่ค่อยแน่ใจว่ารักมากหรือเปล่า เลยนำไปสู่พฤติกรรมทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ด้วยการนัดสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง ประชุมดึกบ้าง ไปตีกอล์ฟบ้าง 
       
       เรียกได้ว่า กว่าลูกจะโตทำร้ายจิตใจภรรยาตัวเองไปไม่รู้กี่ครั้ง....
       
       แต่งานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า หากอยากให้ "ลูกมีความสุข" แล้วล่ะก็ ขอให้ใส่ใจในความรู้สึกของภรรยา หรือก็คือ "แม่ของลูก" เอาไว้ให้ดี เพราะเด็กจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อแม่ของพวกเขามีความสุขนั่นเอง
       
       งานวิจัยชิ้นนี้ส่งตรงจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างในระดับหมื่นคนเลยทีเดียว โดยแบ่งเป็นผู้หญิง 6,441 คน ผู้ชาย 5,384 คน และเด็ก ๆ อายุระหว่าง 10 - 15 ปีจำนวน 1,268 คน ซึ่งตัวเลขในภาพรวมออกมาค่อนข้างดี เมื่อพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจกับสถานภาพของครอบครัวตนเอง
       
       แต่สำหรับเด็กที่คุณแม่ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์อยู่บ่อย ๆ นั้น งานวิจัยระบุว่า เด็กมีความสุขกับครอบครัวน้อยลงเหลือเพียง 55 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เด็กน้อยของคุณแม่ร่าเริง ดีกรีความสุข และความพึงพอใจในสถานภาพของครอบครัวนั้นสูงถึง 73 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
       
       นอกจากนั้น ในงานวิจัยยังได้กล่าวถึงองค์ประกอบของครอบครัวที่ทำให้เด็ก ๆ ร่าเริงด้วย ได้แก่ การได้อาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่, การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ไม่ทะเลาะกับพ่อแม่บ่อย ๆ, การได้รับประทานมื้อเย็นร่วมกับครอบครัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และการที่แม่พึงพอใจในความสัมพันธ์กับพ่อนั่นเอง
       
       ที่กล่าวมาด้านบนเป็นความสุขในมุมมองของเด็กล้วน ๆ แต่สำหรับความสุขของผู้ใหญ่นั้นอาจต่างออกไป เมื่อพบว่า ความสุขของการใช้ชีวิตคู่ ดูเหมือนจะมีปัจจัยต่าง ๆ มากมายเข้ามาข้องเกี่ยว เช่น ระยะเวลา ความใกล้ชิด ความเท่าเทียมกัน ฯลฯ นอกจากนั้น สำหรับผู้ชายแล้ว การตกงานคือสิ่งที่ทำให้ระดับความสุขในความสัมพันธ์กับคู่รักลดลงได้อีกด้วย
       
       สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก the Economic and Social Research Council และมีแผนจะติดตามความเปลี่ยนแปลงของสัมพันธภาพในครอบครัวเป็นเวลานาน 20 ปีเลยทีเดียว
       
       เรียบเรียงจาก LiveScience

       ที่มา  http://www.manager.co.th