"ตุ้ยนุ้ย"หลังคลอด...อาจน่ากลัวกว่าที่คิด

Posted on 2018-01-04

       ไม่ค่อยมีสาว ๆ คนไหนอยากจะจมปลักอยู่กับก้อนไขมัน โดยเฉพาะสาว ๆ ในเมืองใหญ่ที่ต้องการความกระฉับกระเฉง คล่องตัวในการทำงาน แต่เมื่อเธอเหล่านั้นกลายเป็นคุณแม่ไปแล้ว มีหลายคนยอมรับว่ายากที่จะกลับคืนสู่สภาพหุ่นเปรี้ยวเพรียวลมเช่นเดิมได้ 
       
       จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมิเนโซต้า พบว่า เป็นไปได้ที่คุณแม่ที่มีลูกเล็กจะมีน้ำหนักมากกว่าสาว ๆ ในวัยเดียวกันที่ไม่มีลูกให้เลี้ยงดู อีกทั้งพวกเธอยังมีโอกาสรับประทานอาหารแคลอรี่สูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากกว่าสาว ๆ ร่วมรุ่นอีกด้วย
       
       การศึกษาชิ้นนี้มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,520 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่ อายุเฉลี่ย 25 ปี พบว่า ผู้ที่เป็นคุณแม่แล้วนั้นจะดื่มเครื่องดื่มรสหวาน และรับประทานอาหารไขมันสูงเฉลี่ยประมาณ 7 ครั้งต่อสัปดาห์ เทียบกับสาวที่ไม่มีลูกที่จะอยู่ที่ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้พวกเธอรับแคลอรี่เข้าไปโดยเฉลี่ย 2,360 แคลอรี่ต่อวัน มากกว่าเพื่อนสาวไร้บุตรวัยเดียวกันถึง 368 แคลอรี่เลยทีเดียว และถ้าต้องการจะคงไว้ซึ่งหุ่นเพรียวลม ก็อาจต้องออกกำลังกายให้มากกว่าปกติด้วย ซึ่งสำหรับคนเป็นแม่แล้วมักเหนื่อยเกินกว่าจะทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากงานเลี้ยงลูกกินเวลาของพวกเธอไปเกือบหมด ไม่มีเวลาเหลือมาดูแลตัวเองได้เท่ากับสาว ๆ ที่ยังไม่มีบุตรนั่นเอง
       
       ด้านผู้เป็นคุณพ่อนั้น รายงานชิ้นนี้ระบุว่า รับประทานอาหารในปริมาณใกล้เคียงกับผู้ชายที่ยังไม่มีบุตร แต่เวลาในการออกกำลังกายกลับมีน้อยกว่า เหลือเพียง 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับตอนยังไม่มีบุตร ผู้ชายส่วนใหญ่มีเวลาออกกำลังกายถึงสัปดาห์ละ 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว
       
       Jerica Berge นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิเนโซต้า สหรัฐอเมริกา ผู้ทำการวิจัยในเรื่องโภชนาการของคุณแม่ในยุคปัจจุบันเปิดเผยว่า "จากสาวทำงาน เมื่อเปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ หรือคุณแม่ที่ทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยก็ตาม มักจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคอาหาร จากเดิมที่พวกเธอเคยดูแลสุขภาพของตนเอง เข้าฟิตเนส เล่นโยคะ รับประทานอาหารสุขภาพควบคู่กับผักผลไม้ กลายเป็นคนที่รับประทานอะไรก็ได้ที่ทำง่าย และเร็ว"
       
       อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่า เหล่าคุณแม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการบริโภคอาหารมาสู่อาหารอะไรก็ได้ที่ทำง่ายและเร็วนั้น จะป้อนอาหารนั้น ๆ ใส่ปากลูกน้อยของตัวเองด้วยเช่นกัน กลายเป็นการส่งต่อวัฒนธรรมการบริโภคแบบผิด ๆ ไปยังเด็กอีกรุ่นโดยไม่ตั้งใจ
       
       "งานวิจัยนี้ไม่ได้ต้องการจะตำหนิคุณแม่เหล่านั้น แถมมันยังทำให้เราทราบว่าจุดเริ่มต้นของการรับประทานอาหารแบบผิด ๆ นั้นเริ่มจากจุดใด เพื่อที่จะได้หาทางป้องกันได้อย่างถูกต้อง" 
       
       เรียบเรียงจากยาฮูนิวส์

       ที่มา  http://www.manager.co.th/