"หยุด"ความก้าวร้าวในวัยรุ่น ก่อนไม่เหลือความเป็นคน

Posted on 2018-01-05

       ทุกวันนี้เรามักได้ยินข่าวการแสดงออกถึงความก้าวร้าว โหดร้าย ทารุณ หรือพฤติกรรมที่คล้ายกับไม่มีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เหลืออยู่จาก "กลุ่มเด็กวัยรุ่น" กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขาดความอดทนอดกลั้น คว้ามีดไล่ฟันสุนัขจนเลือดอาบเพียงเพราะสุนัขตัวนั้นเห่าตนที่ขี่จักรยานยนต์ไปทับมัน หรือกรณีที่ได้ยินบ่อย ๆ ก็คือกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะยกพวกตีกัน ยิงกัน ทำร้ายกันจนถึงชีวิต อันเนื่องมาจากการยึดมั่นถือมั่นในศักดิ์ศรี-สถาบัน
       
       ความร้ายกาจที่สะสมในจิตใจของเยาวชนเหล่านี้ ควรอย่างยิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมจะหันมาให้ความสำคัญ เพราะเขาเหล่านั้นคืออนาคตของชาติที่สามารถนำพาประเทศไทยให้ไปรอด หรือล่มจมก็ได้
       
       อย่างไรก็ดี ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมคงไม่ได้หวังเฉพาะการขับเคลื่อนจากรัฐบาล หรือข้าราชการต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก ๆ อย่างพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนบ้าน ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญ และสามารถเข้าใจ รู้ลึกเกี่ยวกับตัวเด็ก ๆ เป็นอย่างดี แต่จะทำอย่างไรให้เข้าถึงและเข้าใจ รวมถึงรับมือกับ "พายุ" ก้อนนี้ให้ได้นั้น เรามีคำแนะนำมาฝากกันค่ะ
       
       สังเกตเค้าลางแห่งพายุ
       
       หากเด็กวัยรุ่นใกล้ตัวมีพฤติกรรมรุนแรงอยู่เนือง ๆ ผู้ใหญ่รอบข้างจำเป็นต้องคอยสังเกตถึงสาเหตุที่ทำให้ภูเขาไฟลูกนี้ "ปะทุ" เอาไว้บ้าง เพราะข้อมูลเหล่านี้จำเป็นมากในการป้องกันไม่ให้ความรุนแรงบานปลาย หากทราบก่อนก็สามารถระงับได้ก่อนนั่นเอง
       
       สำหรับตัวการที่ก่อให้เกิดความก้าวร้าวอาจเป็นได้ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ยกตัวอย่างเช่น
       - การถูกล้อเลียน
       - ถูกปฏิเสธ
       - การหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เจ้าตัวอับอายขึ้นมาพูด
       - เกิดความรู้สึกพ่ายแพ้จากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สอบตก แพ้ในการแข่งขัน
       - รู้สึกว่าตนเองโง่เง่า เสียรู้ ไม่ทันคน
       - รู้สึกผิดหวัง เสียใจ โศกเศร้า
       
       หาทางออกให้เด็กเหล่านี้
       
       น่าสงสารที่เด็กวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมรุนแรงเหล่านี้ไม่ทราบจะแสดงออกเกี่ยวกับความรู้สึกที่เกิดกับตนเองอย่างไร ฉะนั้นในฐานะผู้ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ควรจะบอกถึงทางเลือกดี ๆ ที่เขาควรเลือกในการใช้พลังงานที่เหลือล้นให้หมดไป เช่น ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ไปทำประโยชน์ให้กับสังคม เล่นกีฬาที่ชอบ ไปช่วยดูแลคนชรา ดูแลเด็กกำพร้า ไปช่วยให้อาหารสุนัขจรจัด
       
       สอนให้รู้จักแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี 
       
       เด็กส่วนมากโกรธอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล แต่เมื่อแสดงออกด้วยความก้าวร้าวรุนแรง นั่นคือเขาไม่สามารถแสดงออกได้อย่างถูกต้องนัก ผู้ใหญ่รอบข้างจำเป็นต้องสอนให้เขารู้จักแก้ปัญหา แก้ไขความขัดแย้งอย่างถูกต้อง และไม่อันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น
       
       นั่งสมาธิ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง 
       
       การหาเวลาให้เด็กวัยรุ่นเหล่านี้ได้สงบจิตสงบใจ ไม่ต้องฟุ้งฝันมากเกินไปก็เป็นสิ่งที่ดี
       
       อย่าให้ใช้รถ 
       
       ในขณะที่เด็กวัยรุ่นกำลังโมโห ฮึดฮัด หงุดหงิด โศกเศร้า ่การขับรถไม่ว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ ย่อมมีความเสี่ยงอย่างมาก หากยึดกุญแจเอาไว้ได้ก็ควรยึดไว้ก่อน อย่าให้ขับออกไปโดยพลการ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ยิ่งถ้ามีคู่กรณี แล้วคู่กรณีเกิดบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต ยิ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง
       
       ปิดทีวี 
       
       มีการศึกษาวิจัยที่พบว่า โทรทัศน์กับพฤติกรรมรุนแรงในเด็กวัยรุ่นนั้นมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอยู่ เช่น เป็นตัวการให้เด็กสมาธิสั้น ดังนั้น ควรให้บ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดทีวีกันบ้าง
       
       สัมผัสอย่างอ่อนโยน 
       
       การแตะไหล่ โอบกอดด้วยความรักมีส่วนอย่างมากในการจัดการเด็กที่มีปัญหาด้านความรุนแรง แต่ในขณะที่เด็กกำลังอารมณ์รุนแรง ขอให้ระวังในการสัมผัสด้วย เนื่องจากเด็กอาจตอบโต้ด้วยการผลักจนอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
       
       อธิบายถึงผลของการใช้ความรุนแรง
       
       หาเวลาที่สบาย ๆ ทุกฝ่ายอารมณ์ดี นั่งลงคุยกัน อธิบายให้ลูก หรือเด็ก ๆ ในปกครองฟังถึงผลเสียของการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมรุนแรง ก้าวร้าว ว่าไม่เพียงส่งผลต่อคนที่เด็กไปทำร้ายเขา แต่ยังกระทบกับตัวเด็ก ๆ โดยตรง อาจยกเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีตัวอย่างเยอะแยะมากมาย เช่น หากยกพวกไปตีกัน จะถูกตำรวจจับ เด็กอาจถูกภาคทัณฑ์ ต้องเข้าสถานกักกัน เสียโอกาสทางการศึกษา ตลอดจนการสมัครงาน เป็นต้น
       
       เป็นต้นแบบที่ดี 
       
       ไม่เฉพาะพ่อแม่ แต่รวมถึงคนรอบข้างด้วย หากไม่ใช้ความรุนแรง เด็กก็ไม่มีตัวอย่างให้เลียนแบบ แต่กรณีนี้คงเป็นเรื่องยาก ส่วนหนึ่งผู้เขียนมองว่า เป็นเพราะสังคมไทยส่วนหนึ่งยังยึดเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ ผู้จัดละครก็อ้างว่าต้องการสร้างละครสะท้อนสังคม เพื่อให้ฟังดูดี แต่สุดท้ายก็ใส่ความรุนแรงเข้ามาในละครของตนเองอย่างมากมาย ซึ่งไม่แน่ใจว่าเพื่อเรตติ้ง หรือเพื่อสนองความต้องการของตนเอง บริษัทผลิตเพลง ผลิตเอ็มวี ก็ใส่ความรุนแรง หรือความเศร้าจนเกินจำเป็นลงในเพลงที่ผลิตเพื่อขายกลุ่มเด็กวัยรุ่นเช่นกัน เหล่านี้ทำให้เด็กส่วนหนึ่งถูกมอมเมามากเกินพอดี และเมื่อมีโอกาสได้แสดงออก ก็แน่นอนว่า เขาจะหยิบสิ่งที่ได้รับเข้ามา ส่งเป็น output ออกไปสู่สังคมในที่สุด
       
       ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้ข่าวอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่เผยแพร่ในประเทศไทยถูกยึดครองโดยกลุ่มเด็กวัยรุ่นเหมือนที่เกิดในทุกวันนี้ เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวค่ะ

ที่มา  http://www.manager.co.th/