กลิ่นปาก...ใครจะอยากมี ?

Posted on 2018-01-08

กลิ่นปาก...ใครจะอยากมี ?

กลิ่นปาก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และร้อยละ 75 เป็นผลมาจากสุขภาพในช่องปาก ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องของฟันและเหงือก เช่น ฟันผุทิ้งไว้ไม่ยอมไปอุด เป็นแผลร้อนใน หรือหินปูนอันเกิดจากคราบอาหารที่เกาะฟันและแปรงออกไม่หมด นอกจากนั้นก็อาจมาจากลำคอส่วนต้นระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งอาหารบางประเภท ยาปฏิชีวนะบางตัว เมื่อรับประทานติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้มีกลิ่นของยาออกมาทางลมหายใจ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่ ก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่น 
ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก คือ จุลินทรีย์ ในช่องปากและคอนั่นเอง โดยเจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปแปรเปลี่ยนเซลล์ของเยื่อบุอ่อนในช่องปากและคอที่หมดสภาพแล้วนั้นให้กลายเป็นสารประกอบกำมะถันที่มีกลิ่นเหม็น 

ในภาวะปกติ ช่องปากของเราก็จะมีเจ้าเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้อยู่ประมาณ 300 ชนิด แต่ปฏิกริยาจากการแปรเปลี่ยนเซลล์จากจุลินทรีย์นั้นไม่มากมายถึงขั้นที่จะก่อให้เกิดกลิ่นปากหรอก แต่หากบวกเข้ากับการขาดการดูแลรักษาสุขภาพของช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดช่องปากที่ไม่ดีพอ การแปรงฟันไม่สะอาด การกำจัดคราบอาหารออกไม่หมด จนเกิดการหมักหมมของเศษอาหารตามซอกฟันและเหงือก ซึ่งเป็นวัตถุดิบอย่างดีที่ทำให้จุลินทรีย์เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วทวีคูณ นั่นก็หมายความว่าจุลินทรีย์จะแปรเปลี่ยนเซลล์ได้มากขึ้นเป็นทวีคูณด้วยเช่นกัน และกลิ่นก็จะมากขึ้น 

การรักษาช่องปากให้มีสุขวิทยาอันดี เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้มีกลิ่นปาก 
ข้อแรกที่ทันตแพทย์แนะนำ คือ ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เมื่อตื่นนอนเช้าและก่อนนอน แต่นอกจากการแปรงฟันแล้วก็ควรทำความสะอาดซอกฟันให้ทั่วถึง โดยใช้เส้นไหมขัดฟัน อย่างน้อยวันเว้นวัน เพื่อขจัดเศษอาหารชิ้นเล็ก ๆ ตามซอกฟัน 

อีกสิ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ การขูดลิ้นหลังแปรงฟัน เพื่อขจัดคราบสกปรกที่ติดบนลิ้น ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นคราบแบคทีเรียเกาะอยู่ที่ลิ้น ฟัน หรือกระพุ้งแก้มในภายหลัง สำหรับอุปกรณ์ขูดลิ้นนั้น มีการผลิตออกมาจำหน่ายหลายรูปแบบเพื่อสะดวกในการใช้งาน การเลือกที่ขูดลิ้นควรเลือกใช้ชนิดที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปทำจากวัสดุที่ผ่านการรับรองแล้วว่าปลอดภัย การขูดลิ้นครั้งแรก ๆ สำหรับคนที่คอหอยตื้น อาจมีอาการขย้อนบ้าง เมื่อทำไปสักพักจนชิน ก็จะไม่เป็นไร แต่การใช้ที่ขูดลิ้นนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับเด็ก เพราะถือเป็นสิ่งไม่จำเป็น เนื่องจากจุลินทรีย์คราบสกปรกบนลิ้นเด็กยังมีปริมาณไม่มากนัก 


นอกจากนี้ น้ำยาบ้วนปาก ก็สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้ชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งอาจใช้เกลือป่นสักช้อนหรือครึ่งช้อนชาละลายน้ำอุ่น อมบ้วนปากหลังอาหารก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรบ้วนปากทั้งหลังอาหารและหลังแปรงฟันตอนเช้า ด้วยวิธีการง่าย ๆ ก็สามารถช่วยให้ปากสะอาด ลมปากและลมหายใจไม่มีกลิ่นเหม็น แต่..สำคัญตรงที่ว่า ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ 

ถ้าปฏิบัติทั้งหมดครบถ้วนแล้ว ยังมีกลิ่นปากอยู่อีก ก็แสดงว่าต้องตะลุยไปให้ถึงตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก ซึ่งอาจจะมาจาก โรคต่าง ๆ ที่มักเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงหลอดลม ถุงลม เช่น ไซนัส หวัดเรื้อรัง มะเร็งปอด การเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือมีระบบย่อยอาหารไม่ดี ก็เป็นต้นเหตุของกลิ่นปากได้เช่นกัน เพราะเมื่อมีลมดันออกมาก็อาจมีกลิ่นตามมาด้วย

เช่นนั้นแล้ว ก็ควรต้องปรึกษาแพทย์และทันตแพทย์เพื่อแก้ปัญหากันดีกว่า

 

ที่มา  สยามดารา