“วัคซีนใจเด็กวัยรุ่น” เข็มนี้เจ็บนิดเดียว แต่ประสิทธิภาพสูง

Posted on 2018-01-09

“วัคซีนใจเด็กวัยรุ่น” เข็มนี้เจ็บนิดเดียว แต่ประสิทธิภาพสูง

      หากถามคุณพ่อคุณแม่ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่ว่าช่วงเวลาใดเป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสที่สุด หลายท่านตอบตรงกันว่า "ช่วงวัยรุ่น" ค่ะ ส่วนหนึ่งเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมน สมอง ร่างกาย ความคิด ของเด็ก ทำให้ลูกที่เคยน่ารัก กลายเป็นลูกจอมท้าทาย ลูกที่เคยว่าง่าย กลายเป็นเด็กเจ้าปัญหา 
       
       เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงมองหาแนวทางป้องกันมาฝากคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ ที่ใกล้จะเจอช่วงเวลานั้นของลูกเสียก่อนจะเกิดปัญหา โดย พญ.อังคณา อัญญมณี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวแนะนำว่า ภาระหนักในการดูแล ประคับประคองลูก ๆ ในช่วงวัยนี้ให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องตกอยู่กับพ่อแม่ ในการเป็นผู้มอบความรัก ความอบอุ่นให้แก่ลูก หรือก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อให้ลูก ๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง สร้างความเชื่อมั่น สอนให้รู้จักการเผชิญหน้ากับปัญหา หรือก็คือ การฉีดวัคซีนทางใจให้กับลูก ๆ นั่นเอง
       
       โดยคุณหมอได้กล่าวถึงการฉีดวัคซีนทางใจให้กับลูกว่ามี 3 ทาง ดังนี้
       
       1.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี คือ “สนุกสนาน สนับสนุน และการแสดงความรัก”
       
       2.การสื่อสารที่ดี พ่อแม่ควรต้องตั้งใจฟัง เมื่อลูกเจอกับปัญหา แล้วค่อยพูดกับเขา ให้เกิดความเข้าใจ
       
       3.สร้างโอกาสที่ดีให้กับลูก แต่บางครั้งก็ต้องฝึกให้ลูกรู้จักยับยั้งตัวเองไม่ให้เข้าไปพัวพันในสิ่งที่ไม่ดี (แม้จะเป็นสิ่งที่เขาอยากลอง หรือต้องการ) พร้อมทั้งฝึกวินัยให้ลูก เมื่อลูกทำผิดเรามีบทลงโทษอย่างไร
       
       อย่างไรก็ดี การที่พ่อแม่ต้องการช่วยลูก พ่อแม่ต้องถามตัวเองก่อนว่า พร้อมจะช่วยลูกหรือยัง เพราะการฉีดวัคซีนที่เกิดประโยชน์นั้น ต้องเกิดจากความพร้อมและความตั้งใจจริง หรือก็คือ การมี “ความสัมพันธ์ที่ดีที่ให้กับลูก” อย่างน้อย พ่อแม่ควรหาเวลาสักนิดที่จะได้อยู่กับลูกบ้าง หรือหากิจกรรมทำร่วมกัน
       
       "การที่พ่อแม่บอกว่าไม่มีเวลาให้กับลูก น่าจะเกิดจากการไม่รู้จักจัดระบบ - แบ่งเวลา ถ้าสามารถแบ่งเวลา และมีการบริหารจัดการที่ดีก็จะสามารถสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูกได้เสมอ” คุณหมออังคณากล่าวพร้อมทิ้งท้ายว่า
       
       “อยากฝากแง่คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยพรีทีน หรือใกล้จะเข้าสู่วัยรุ่นว่า สังคมสมัยนี้แตกต่างจากในอดีตค่อนข้างมาก เด็กมีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ดังนั้นหากต้องการเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ ที่อยู่อย่างเข้าใจและเท่าทันกระแสสังคม วิธีที่จะสอนลูกได้ คือเราต้องรับฟังลูกก่อน หากทราบว่าลูกไปฟังเรื่องไม่ดีมา พ่อแม่จึงค่อยมาช่วยวิเคราะห์ หาเหตุผล รวมถึงทำความเข้าใจกับลูกให้ถูกต้อง"
       
       แม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยวิธีนี้เป็นงานที่เหนื่อย และหนัก อีกทั้งยังต้องใช้เวลามาก แต่ผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความสุข ความอิ่มใจแก่พ่อแม่ หากยังช่วยสร้างมนุษย์ที่มีเหตุผล มีความคิด และรู้จักควบคุมตนเองออกมาเป็นทรัพยากรที่มีค่าคนหนึ่งของสังคมด้วย
       
       คุณค่าของวัคซีนใจเข็มนี้ วัดไม่ได้ในรูปของตัวเงินค่ะ

ที่มา  http://www.manager.co.th/