เตือนวัยรุ่น แต่งงานเร็วเสี่ยงปัญหาทางจิต

Posted on 2018-01-09

เตือนวัยรุ่น แต่งงานเร็วเสี่ยงปัญหาทางจิต

      คุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่มีลูกสาวลูกชายเริ่มเข้าวัยรุ่น และกำลังมีเพศตรงข้ามมาสนใจชอบพอ อาจต้องอ่านข่าวนี้ให้มาก เมื่อนักวิจัยตะวันตกได้ออกมาเปิดเผยว่า การที่เด็กวัยรุ่นได้มีเพศสัมพันธ์ จนนำไปสู่การแต่งงาน หรือใช้ชีวิตร่วมกันก่อนวัยอันควรนั้น ไม่ใช่หนทางที่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะการแต่งงาน หรือสร้างชีวิตคู่ตั้งแต่วัยเยาว์นั้น อาจส่งผลให้ฝ่ายหญิงเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตมากกว่าผู้หญิงที่แต่งงานในวัยผู้ใหญ่นั่นเอง
       
       Dr. Yann Le Strat นักจิตวิทยาแห่งโรงพยาบาล Louis-Mourier ในกรุงปารีส พ่วงตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์ผู้เสพติดและสุขภาพจิตในโตรอนโต ผู้เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวระบุว่า "การแต่งงาน หรือมีคู่ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 18 ปีนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาทางจิตกับฝ่ายหญิงได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น"
       
       ทั้งนี้ การวิจัยดังกล่าวเป็นการวิจัยโดยอิงจากข้อมูลการสำรวจผู้หญิงชาวสหรัฐอเมริกา (เกี่ยวกับประเด็นการเสพยาเสพติด) ในช่วงปี 2001 - 2002 โดยมีผู้หญิงเข้าร่วมตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 24,575 คน และการวิจัยในครั้งนี้ได้หยิบมาเฉพาะข้อมูลของผู้ที่แต่งงานแล้ว 18,645 คน โดยพุ่งเป้าไปที่ปัญหาทางจิตที่เกิดกับผู้หญิงที่แต่งงานตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง
       
       ที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นก็คือ ส่วนมากแล้ว ผู้หญิงที่มีคู่ตั้งแต่เด็กมักจะตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ดังนั้น หากมีปัญหาทางจิตจะทำให้การเลี้ยงลูกเป็นไปด้วยความยากลำบากมากยิ่งขึ้น
       
       ด้านศาสตราจารย์ Linda J. Waite นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยชิคาโกให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า "ความจริงอีกข้อหนึ่งก็คือ การแต่งงาน หรือมีคู่ตั้งแต่วัยเยาว์นั้น มีผลทำให้ทั้งชายและหญิงเสี่ยงต่อการหย่าร้างมากกว่าคู่แต่งงานทั่วไป"
       
       สำหรับเหตุผลที่การแต่งงานในวัยเยาว์มักเต็มไปด้วยปัญหานั้นยังเป็นที่ถกเถียงกัน บ้างก็ว่าเป็นเพราะฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้คู่แต่งงานไม่สามารถยับยั้ง หรือมีสติคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้ อีกหนึ่งข้อสังเกตก็คือ คนวัยหนุ่มสาวยังเป็นวัยที่ต้องแสวงหาตัวตนของตัวเองอยู่ และมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปได้หลายทาง ดังนั้น เป็นไปได้ว่าคนที่คุณเลือกว่าจะแต่งงานด้วยอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งก็เป็นได้
       
       เรียบเรียงจากเฮลท์เดย์นิวส์

       ที่มา  http://www.manager.co.th