5 เทคนิคฝึกวินัยการเงินวัยรุ่น

Posted on 2018-01-09

5 เทคนิคฝึกวินัยการเงินวัยรุ่น

        1. ฝากเงินให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก และเมื่อเขาโตพอ ให้เขาเก็บจากค่าขนมเท่าที่พวกเขาพอมีสมทบร่วมด้วย
       
       คุณพ่อคุณแม่อาจฝากเงินเข้าบัญชีให้ลูก ลองฝากเริ่มต้นเดือนละ 500 บาท ตั้งแต่ลูกเข้าเรียนชั้น ป.1 พอครบ 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บแล้ว 6,000 บาทไม่รวมดอกเบี้ย (อันน้อยนิด) และเมื่อลูกจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เงินเก็บก้อนนี้ก็จะมีกลายเป็น 72,000 บาท (ไม่รวมดอกเบี้ยอันน้อยนิดด้วยเช่นกัน)
       
       แต่ถ้ายังฝากต่อไป และลูกโตขึ้น อาจมีเงินค่าขนมมาฝากได้มากกว่าเดิม สมมติฝากเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท เมื่อจบปริญญาตรี เขาก็จะมีเก็บเงินได้อีก 48,000 บาท รวมเป็น 120,000 บาท ไม่น้อยเลยทีเดียว...
       
       ข้อแม้ของการฝากเงินนี้มีเพียงหนึ่งคือ ห้ามถอนออกมาใช้ไม่ว่ากรณีใด ๆ
       อีกประการหนึ่ง การกำหนดยอดเงินฝากในแต่ละเดือนจึงควรพิจารณาจากความเป็นไปได้ มีมากเก็บมาก มีน้อยเก็บน้อย แต่เก็บให้สม่ำเสมอ เดือนละเท่า ๆ กัน ก็เป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ที่สำคัญ ในขณะที่ฝากเงิน ควรพาลูกไปด้วย และให้ลูกได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในธนาคาร
       
       2. สอนให้ลูกรู้จักการออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ นอกเหนือจากการฝากธนาคาร
       
       การสอนให้ลูกวัยรุ่นรู้จักการออมเงินในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากการหยอดกระปุกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ถ้าเริ่มต้นอย่างง่ายอาจใช้บัญชีเงินฝากประจำ เพราะการเบิกเงินจากบัญชีชนิดนี้ทำได้ยากกว่าบัญชีประเภทอื่น ๆ ดังนั้น ทั้งตัวคุณเองและลูก ๆ จะรู้สึกยุ่งยากลำบากใจหากต้องเสียเวลาไปเบิกเงินจากบัญชีดังกล่าว ทำให้เงินก้อนนี้อยู่ได้ยาวนานมากกว่า มากไปกว่านั้น ลองมองไปถึงการออมเงินด้วยการทำประกันร่วมด้วยก็ได้
       
       3. ใช้บัตรเดบิต แทนบัตรเครดิต
       
       ยุคนี้มันก็ต้องมีบ้างกับบัตรเดบิตเพื่อความสะดวกในแง่ต่าง ๆ แต่สำหรับบัตรเครดิตนั้นคงยังไม่จำเป็นสำหรับลูก ๆ มากนัก เราคงจำกันได้กับโฆษณาบางชิ้นที่พ่อแม่ทำบัตรเครดิตให้ลูกเป็นของขวัญวันจบการศึกษา แต่ถ้าไม่ได้สอนวินัยการใช้บัตรเครดิตก็อาจต้องมาใช้หนี้กันหัวโตอยู่ดี ส่วนบัตรเดบิตนั้น นอกจากช่วยจำกัดการใช้จ่ายไม่ให้ใช้จ่ายเกินเงินที่มีอยู่ในบัญชีแล้ว มันก็ใช้งานง่ายไม่ต่างกับเงินสด หรือบัตรเครดิตแต่อย่างใด แค่ต้องใช้อย่างมีจิตสำนึกเท่านั้นเองค่ะ
       
       4. ให้เขาทำงานพิเศษ
       
       หากพ่อแม่มองว่าการทำงานพิเศษก็เหมือนการหาประสบการณ์ แถมยังมีรายได้เพิ่มมาด้วยก็ควรอนุญาตให้ลูกไปทำงานพิเศษตามที่เขาสนใจ แต่ต้องเป็นงานพิเศษที่สุจริต ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ไม่ก่อความเสียหายแก่ส่วนรวม เช่น ถ้าลูกถนัดกีฬา หรือว่ายน้ำเก่ง ก็ลองเป็นอาจารย์สอนว่ายน้ำให้กับเด็ก ๆ เป็นต้น
       
       5. เป็นตัวอย่างที่ดีด้านการใช้เงิน
       
       พ่อแม่ควรเป็นต้นแบบด้านการบริหารเงิน ซึ่งสามารถทำได้ในหลาย ๆ ทาง ยกตัวอย่างเช่น
       - จ่ายบิลตรงตามกำหนด
       - มีบัตรเครดิต - บัญชีธนาคารเท่าที่จำเป็น ไม่ควรมีหลาย ๆ ใบ หรือใช้จนวงเงินเต็มแทบทุกใบ
       - มีวินัยทางการเงิน เก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
       - ให้ความสำคัญกับการรักษาสถานภาพทางการเงินของครอบครัว
       - ไม่นำเงินไปเล่นการพนัน หรือข้องแวะกับอบายมุขในรูปแบบต่าง ๆ
       
       เรื่องของการมีวินัยด้านการเงิน หลายท่านอาจจะรู้สึกว่าทำยาก และลำบาก แต่เราอยากบอกว่าลองทำดูเถอะค่ะ เพราะมันเป็นวัคซีนอีกตัวหนึ่งที่จำเป็น ซึ่งถ้าหากไม่ฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับลูก ๆ วัยรุ่นในปัจจุบันนี้แล้วล่ะก็ ยามที่เขาออกไปเผชิญโลกกว้าง บอกได้คำเดียวว่า "อันตรายค่ะ"



ที่มา  http://www.manager.co.th/