แผลในกระเพาะอาหาร

Posted on 2018-01-17

แผลในกระเพาะอาหาร

สาเหตุ
โดยทั่วไปเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ผิด เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือกินอาหารรสเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่นกาแฟหรือน้ำอัดลมบางประเภท รวมถึงการกินยาแก้ปวดต่างๆ เช่น ยาแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อชนิด NSAID ยาลูกกลอนและยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ต่างๆ ตลอดจนการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และมีความเครียดวิตกกังวล

 

อาการ
สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะนั้นจะมีอาการต่างๆที่สังเกตได้ดังนี้คือ ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ มักเป็นเวลาท้องว่างหรือหิว แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อได้กินอาหาร ยาลดกรดหรือนม ในบางคนอาจจะปวดมากขึ้นหลังกินอาหาร อาการปวดมักจะเป็นๆหายๆนานเป็นปี โดยอาจจะเป็นช่วงแรกไม่นานแล้วก็หายไป แล้วเป็นใหม่อีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซ้ำๆอย่างนี้ บางรายอาจจะไม่มีอาการปวดท้อง แต่จะมีอาการแน่นท้อง จุก เสียด ท้องอืดหรือรู้สึกไม่สบายม้องโดยเฉพาะหลังอาหาร ถ้าอาการรุนแรงมาก อาจจะอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำและปวดท้องรุนแรง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

 

การรักษา
การรักษาจะต้องมี 2 อย่างประกอบกันเสมอ คือ การรักษาด้วยยา และการปฎิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อลดการเสี่ยงของการเกิดโรคนั่นเอง การรักษาด้วยยา ควรจะใช้ยาที่มีฤทธิ์ครอบคลุมในการรักษาคือทั้งบรรเทาอาการและช่วยรักษาแผลด้วย และอาจจะใช้ยาอื่นๆเพื่อช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงอื่นๆด้วย เช่นอาการ แน่นท้อง จุกเสียด และที่สำคัญต้องกินยาติดต่อกันนาน 4-6 สัปดาห์เพื่อให้แผลหายดี ส่วนการปฎิบัติตัวนั้น ต้องกินอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา กาแฟ การสูบบุหรี่และการระมัดระวังการกินยาบางชนิด เช่นยาแก้ปวดกระดูกและข้อต่างๆ ยาลูกกลอน ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ตลอดจนหลีกเลี่ยงความเครียด และควรที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

 

หลักง่ายๆในการป้องกันและรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร

- กินอาหารให้ตรงเวลา

- ไม่กินรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด

 

- ไม่ดื่มสุรา น้ำอัดลมหรือสูบบุหรี่จัด

 

- ระวังการใช้ยาแก้ปวดต่างๆ

 

- พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

- ไม่เครียด

 

- กินยารักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์

 

ที่มา  สยามดารา