เรื่องไม่ร้าย..ของมะเร็งเต้านม

Posted on 2018-01-18

เรื่องไม่ร้าย..ของมะเร็งเต้านม

พันธุกรรม พบว่าการเกิดมะเร็งเต้านมประมาณ 30 % จะสัมพันธ์กับประวัติครอบครัว 
อาหาร การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารประเภททอด จะเพิ่มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมได้ 

ความอ้วน ผู้หญิงที่อ้วน โดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือนมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มจากเดิม 1.5-2 เท่า 

การเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดตั้งแต่อายุก่อน 45 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าคนที่ประจำเดือนหมดช้า 

ฮอร์โมน การใช้ฮอร์โมนในเพศหญิง เช่นการรับประทานยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อย และรับประทานเป็นระยะเวลานาน สามารถเพิ่มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมได้เช่นเดียวกัน 
มีเนื้องอกบริเวณอื่น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ โอกาสที่จะเกิดมะเร็งเต้านมก็สูงขึ้นด้วย 
ลักษณะอาการของโรค 

เริ่มจากคลำก้อนเล็กๆที่เต้านมได้ ในช่วงแรกจะไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เต้านมมีลักษณะผิดไป บางรายเมื่อบีบบริเวณหัวนมจะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมา มะเร็งจะลุกลามและแพร่กระจายจากตำแหน่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็วไปตามหลอดเลือด ระบบน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆ 
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา 

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมเป็นไปได้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน การตรวจพบและรักษามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะมีโอกาสหายได้ การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด ซึ่งอาจต้องตัดเต้านมออกทั้งหมด หรือตัดเต้านมออกเพียงบางส่วนเท่านั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ยังสามารถบำบัดโดยการใช้รังสี และการใช้ยา ทั้งนี้อาจให้การรักษาโดยวิธีการเดียวหรือร่วมกันได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ในบางกรณีที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกอาจใช้เพียงการฉายรังสีเท่านั้นโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือตัด เต้านมออก ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาและสามารถเก็บรักษาเต้านมไว้ได้ 

ปัจจุบันพบว่าอัตราการอยู่รอด 5 ปีหลังจากรักษามะเร็งเต้านมที่เป็นระยะเริ่มแรกสูงถึง 97 % และพึงระลึกไว้เสมอว่ามะเร็งเต้านมหรืออวัยวะใดก็ตาม ถ้าได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น ยิ่งเร็วเท่าไหร่ความหวังที่โรคจะหายขาดก็มีมากขึ้น 

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งเต้านม ควรปฏิบัติดังนี้ คือ 
ควรหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำเดือนละครั้ง ทำได้หลายวิธีเช่น ยืนหน้ากระจกแล้วประสานมือทั้ง 2 ข้างเหนือ ศีรษะแล้วกลับมาอยู่ในท่าเท้าสะเอวพร้อมๆกับตรวจดูสิ่งผิดปกติ หรืออาจจะนอนราบแล้วยกแขนด้านเดียวกับเต้านมที่จะตรวจไว้เหนือศีรษะ และใช้ 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำทั่วเต้านมและรักแร้ และอาจใช้วิธียืนโดยยกแขนไว้เหนือศีรษะแล้วตรวจคลำเต้านม ถ้าพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติใดๆให้รีบไปพบแพทย์ 

ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ จากการศึกษาในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปกว่า1,000 คน พบว่าคนที่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอมาตลอดชีวิต สามารถลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมได้ 40-60 % และยังพบว่าการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายนั้น สามารถลดอาการอันไม่พึงประสงค์จากการรักษาโดยการบำบัดด้วยรังสีได้ 

ผู้หญิงที่อยู่ในวัย 40 ปีขึ้นไปควรมีการตรวจแมมโมแกรม (Mammograms) ทุกปี 
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม 
รับประทานผักสด และผลไม้ให้มากๆ และควรจำกัดอาหารประเภทที่มีไขมันสูง      

นอกจากนี้การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A , เบตาแคโรทีน , วิตามิน C, วิตามิน E, และซีลีเนียม ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับทั่วไป และผ่านมาตรฐานขององค์การอาหารและยาในประเทศไทยด้วย



ที่มา  สยามดารา