7 สัญญาณรักง่อนแง่นที่ควรระวัง

Posted on 2018-02-07

7 สัญญาณรักง่อนแง่นที่ควรระวัง

       เป็นความจริงที่ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนที่ตัดสินใจคบหา ทำความรู้จักกัน ซึ่งหลายคู่ก็หนักแน่น สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนทำให้ครองรักกันได้เนิ่นนาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอีกหลายคู่ที่ชีวิตรักไม่แข็งแรงพอ ทำให้ยามเผชิญหน้ากับอุปสรรคในชีวิต ความรักจึงกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกไม่ดีต่อกันมากขึ้น
       
       วันนี้เรามีสัญญาณไม่ดีในชีวิตคู่ที่อาจกระตุกให้คู่สามีภรรยาได้สังเกต รวมถึงหาทางแก้ไข ก่อนจะปล่อยให้บานปลายไปสู่การหย่าร้างได้มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น เชิญติดตามได้เลยค่ะ
       
       1.เมื่อรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นนักสืบ
       
       เมื่อรักมีกลิ่นตุๆ และคุณต้องลงมือหาหลักฐานมายืนยันว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง รับรองว่ามันไม่สนุกเหมือนอ่านนิยายสืบสวนแน่ๆ อีกทั้งเราเชื่อว่า คงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ค้นกระเป๋าสตางค์ เช็กโทรศัพท์มือถือ แอบล็อกอินเข้าอีเมล เฟซบุ๊ก ฯลฯ เพราะเหตุผลว่าพวกเธอเชื่อถือว่าเขาซื่อสัตย์ต่อเธอคนเดียวแน่นอน ดังนั้น พฤติกรรมดังที่กล่าวมานี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่ต่อหน้าอาจจะดูจี๋จ๋ารักกันหวานซึ้งที่แท้อาจเป็นการเสแสร้งของคนสองคนเพื่อปกปิดความจริงบางอย่างก็เป็นได้
       
       2.เมื่อสำคัญไม่เท่าแอปส์
       
       อีกหนึ่งสัญญาณอันตราย ก็คือ การที่ฝ่ายชายมัวแต่สนใจสิ่งต่างๆ รอบตัวมากกว่าการมีคุณอยู่ตรงหน้า เช่น แม้จะนัดรับประทานอาหารค่ำด้วยกันในโอกาสพิเศษ แต่ฝ่ายชายกลับมัวสนใจกับแอปส์ต่างๆ บนไอโฟน เช็คหุ้นบ้าง เล่นเกมบ้าง ไม่สนใจใยดีคุณที่นั่งอยู่ด้วยแต่อย่างใด หรือถามคำก็ตอบคำ ไม่ให้ความสำคัญกับคำถามของคุณ
       
       3.เมื่อเขาไม่อยากกุ๊กกิ๊ก
       
       เมื่อคนสองคนแต่งงานกัน การมีกิจกรรมดีๆ ยามค่ำคืนด้วยกันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคู่สามีภรรยาที่มองข้าม ไม่มีกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกันเป็นเวลานานๆ มันก็อาจเกิดเรื่องผิดธรรมชาติขึ้นได้ในชีวิตคู่เช่นกัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ คนที่แต่งงานกันย่อมรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายดีที่สุด ดังนั้น ถ้าเกิดสัญญาณผิดปกติขึ้น เช่น เขาไม่สนใจชวนคุณกุ๊กกิ๊กอีกเลย ทั้ง ๆ ที่ปกติก็ควรจะมีอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เป็นไปได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นได้นั่นเอง
       
       4.เมื่อเรื่องตลกของเขาไม่ขำอีกต่อไป
       
       เมื่อคนเราตกหลุมรักใครสักคน เรื่องตลกที่เขาเล่า บางทีแม้มันไม่ตลก แต่คุณก็เกิดอารมณ์ร่วมและหัวเราะเป็นเพื่อนเขาได้เสมอ แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป มีหลายคู่ที่เริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่แฟนตนเองเล่าออกมานั้นเป็นเรื่องน่ารำคาญไปเสียแล้ว นั่นเป็นเพราะเขาอาจไม่ดึงดูดใจคุณเหมือนเมื่อตอนยังไม่หมดโปรโมชั่นนั่นเอง
       
       5.เมื่อคุณทะเลาะกันสาดเสียเทเสีย
       
       โดยมากแล้ว สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจ แม้จะมีปัญหาให้ถกเถียงกันบ้าง พวกเขาก็พร้อมจะกลับมาคืนดีกันในเวลาไม่นาน แต่ถ้าไม่ใช่ดังที่กล่าวข้างต้น คุณสองคนยามทะเลาะกันมักจะใช้คำพูดรุนแรงว่ากล่าวกัน หวังให้คำพูดเหล่านั้นทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายให้เจ็บแสบ อีกทั้งยังไม่ให้เกียรติ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย ตบตี ขว้างปาข้าวของ ทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าต่อธารกำนัล เหล่านี้ก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว
       
       6.เมื่อเขามีกิจกรรมสุดจ๊าบ แต่คุณห้ามเกี่ยว
       
       คนสองคนที่มาแต่งงานอยู่ร่วมกัน อาจไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งเดียวกัน หรือไปไหนไปด้วยกันตลอด แต่ถ้าวันหนึ่งวันใด ผู้ชายของคุณเริ่มมีกิจกรรมสุดโปรดแบบที่เขาพร้อมจะหมกมุ่นอยู่กับมันมากกว่าจะมีเวลาให้คุณ แถมกิจกรรมตัวนี้เขาสามารถทำเอง เล่นเองได้โดยที่คุณไม่ต้องข้องเกี่ยว อีกทั้งไม่เคยเล่าให้ฟัง (อาจจะเคยเล่าแต่รู้สึกว่าถึงเล่าไปคุณก็ไม่สนใจฟัง หรือมองเป็นเรื่องไร้สาระ) ก็เป็นไปได้ว่า ความสำคัญของคุณต่อชีวิตของเขาอาจลดน้อยลงไปแล้วนั่นเอง
       
       7.เมื่อไม่เคยคุยเรื่องอนาคตร่วมกัน
       
       เราเชื่อว่า ทุกคู่สามีภรรยาที่เคยได้คุย ได้วางแผนอนาคตร่วมกัน ย่อมเกิดความรู้สึกดีๆ กับชีวิตคู่และรู้สึกมั่นคงตามมา แต่คู่ที่ไม่เคยคุยถึงเรื่องดังกล่าวนี้ร่วมกันเลย นั่นน่าจะหมายถึงความสัมพันธ์ที่มีปัญหาบางประการซ่อนอยู่

       
เรียบเรียงบางส่วนจาก iVillage.com

ที่มา  http://www.manager.co.th/