สังคมสะสมเครียด โรคใหม่ทำลายชีวิตคู่

Posted on 2018-02-07

สังคมสะสมเครียด โรคใหม่ทำลายชีวิตคู่

       มีการสำรวจชิ้นหนึ่งจากซีกโลกตะวันตกที่เผยให้ทราบว่า ช่วงอายุ 25-34 ปี ของมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์ คือ ช่วงอายุที่มนุษย์มีความเครียดสะสมสูงที่สุด และหากเปรียบเทียบกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายแล้ว พบว่า ผู้หญิงนั้นแบกรับความเครียดเอาไว้มากกว่า
       
       จากการสำรวจนี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากสถิติการหย่าร้างจะเพิ่มสูง เพราะในช่วงอายุดังกล่าวเป็นช่วงที่คนส่วนมากกำลังเริ่มสร้างครอบครัว เริ่มหาความก้าวหน้าในด้านการงาน แต่เมื่อชีวิตในแต่ละวันต้องผจญกับความเครียดบ่อยๆ ก็ทำให้สามีภรรยาหลายคู่เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง หลายคนเมื่อต้องแบกรับความเครียดติดต่อกันนานเข้าก็กลายเป็นคนฉุนเฉียวง่าย ไม่พอใจอะไรนิดหน่อยก็ต้องขึ้นเสียง แสดงความไม่พอใจเสียใหญ่โต
       
       ทั้งนี้ ชีวิตครอบครัว และการดูแลลูกๆ ก็ทำให้พ่อบ้านแม่บ้านเครียดได้ไม่แพ้เรื่องงาน โดยทำให้เกิดความเครียดด้านค่าใช้จ่ายว่าจะสามารถบริหารเงินให้ลงตัวได้หรือไม่ หลายครอบครัวต้องหาทางออกด้วยการเพิ่มชั่วโมงทำงานให้มากขึ้น
       
       อย่างไรก็ดี การสำรวจครั้งนี้ พบว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องแบกรับความกดดัน ความเครียดต่างๆ เอาไว้มากกว่าผู้ชาย ซึ่งเรื่องที่พวกเธอรู้สึกว่าต้องแบกรับนั้นหนีไม่พ้น การดูแลลูกๆ การทำงานประจำ และการรับผิดชอบงานบ้านนั่นเอง โดยผู้หญิง 1 ใน 5 รู้สึกเครียดที่ไม่สามารถบริหารชีวิตให้สมดุลได้ ทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว ขณะที่ความเครียดของผู้ชายจะเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานมากขึ้น ความเครียดจากการจราจร 
       
       ในช่วงที่เกิดความเครียด ผู้หญิง 43 เปอร์เซ็นต์ เผยว่า ตนเองมีปัญหานอนไม่หลับ และ 21 เปอร์เซ็นต์แก้ปัญหาด้วยการดื่มเหล้า ส่วนผลข้างเคียงของความเครียด คือ การเป็นคนโมโหง่าย อ่อนเพลียเนื่องจากขาดนอน ลืมรับประทานอาหาร บางคนอาจปวดศีรษะ หรือมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติได้ บางคนก็น้ำหนักขึ้นเนื่องจากความเครียดได้เช่นกัน
       
       ขณะที่ผู้ชายที่ตกอยู่ในความเครียดนั้นมีโอกาสที่จะหันไปหาสิ่งเสพติดเช่นบุหรี่ เหล้าได้สูง หรือหากสูบอยู่แล้วก็มีแนวโน้มจะสูบมากขึ้น
       
       นอกนั้นยังพบว่า คนที่มีความเครียดจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกับคู่ครองมากขึ้น
       
       โดยการสำรวจชิ้นนี้ เผยว่า ผู้ชายและผู้หญิงนั้นถึงจะมีความเครียดแต่ก็เป็นความเครียดที่แตกต่างกัน ผู้หญิงจะเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย ฐานะทางการเงินมากกว่า ่ส่วนผู้ชายจะเครียดเรื่องการงาน ภาระหนี้สิน ซึ่งเมื่อคนสองเพศมีความเครียดที่แตกต่างกัน แถมวิธีขจัดความเครียดของทั้งสองเพศก็แตกต่างกันด้วย และนั่นทำให้บางคู่เกิดปัญหาในด้านความสัมพันธ์ตามมา
       
       คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเผชิญความเครียดอยู่บ่อยๆ คือ การหาโอกาสพักผ่อนและสร้างพลังใจให้กับตนเองเสมอ อีกทั้งควรออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ส่วนการพึ่งสิ่งเสพติดหรือหันไปหาสื่อไฮเทคเพื่อหวังกลบความเครียดนั้นอาจไม่ดีต่อร่างกาย ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจเตรียมพร้อมกับสำหรับการนอนหลับ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ นั่นเอง
       
       การสำรวจนี้จัดทำขึ้นโดย Kalms และมีผู้เข้าร่วมการสำรวจกว่า 2,000 คน
       

เรียบเรียงจากเดลิเมล

ที่มา  http://www.manager.co.th