เมื่อ “งานบ้าน” เป็นชนวนชวนทะเลาะของสามีภรรยายุคใหม่

Posted on 2018-02-07

เมื่อ “งานบ้าน” เป็นชนวนชวนทะเลาะของสามีภรรยายุคใหม่

      พบ “งานบ้าน” เป็นชนวนทะเลาะของคู่สามีภรรยายุคใหม่สูงเป็นอันดับสอง (17 เปอร์เซ็นต์) รองจาก “การเงิน” (24 เปอร์เซ็นต์) แถมยังเป็นความเครียดสะสมที่อาจนำไปสู่การหย่าร้างได้อีกด้วย 
       
       แม้จะไม่ปฏิเสธว่ามนุษย์เราต่างก็มีความขี้เกียจเล็กๆ น้อยๆ แฝงอยู่ในตัวกันทั้งสิ้น แต่เมื่อแต่งงานมาอยู่ร่วมกัน มาสร้างครอบครัวร่วมกัน บางครั้งความขี้เกียจเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นชนวนทำให้คู่แต่งงานทะเลาะกันได้
       
       โดยการสำรวจความคิดเห็นนี้ได้จัดทำโดย Just Eat Found และมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามกว่า 2,000 คนเลยทีเดียว
       
       สำหรับครอบครัวที่ตั้งใจว่าจะแบ่งๆ กันทำงานบ้าน แต่ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าใครจะทำอะไร สุดท้ายอาจจบลงที่การเกี่ยงกันไปมา ทั้งการทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร ล้างจาน ฯลฯ จนนำไปสู่ความไม่พอใจและทะเลาะกันได้ในที่สุด
       
       นอกจากนั้น ยังพบว่า การหย่าร้างในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นก็มีปัจจัยมาจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ซึ่งคู่สมรสอาจมีปัญหาที่สะสมกันมาระยะหนึ่ง แต่การเกี่ยงกันทำงานบ้านทำให้ความอดทนในการใช้ชีวิตคู่จบลงได้ในที่สุด
       
       ทั้งนี้ ยังพบว่า ฝ่ายหญิงนั้นสนใจว่าฝ่ายชายจะช่วยงานบ้านเธอมากน้อยแค่ไหน และ 31 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่หย่าร้างเผยว่า เพราะสามีของเธอไม่เคยช่วยทำงานบ้านเลยนั่นเอง
       
       อย่างไรก็ดี ปัญหาดราม่าหน้าอ่างล้างจานอาจลด ละ เลิกลงได้ หากคู่สมรสไม่เคร่งครัดกับตัวเองจนเกินไป เช่น บางมื้ออาจออกไปรับประทานข้าวนอกบ้านกัน หรือสั่งมากินที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องผูกตัวเองไว้กับครัว ลานซักผ้า และไม้กวาดตลอดทั้งวัน
       
       ส่วนเทคนิคในการแบ่งงานบ้านกันทำให้ลงตัวนั้น อาจลองเริ่มจาก
       
       1.นั่งคุยกันว่า ใครไม่ชอบทำอะไร และอีกฝ่ายสามารถทำแทนได้ไหม ถ้าได้ ก็จะไม่มีปัญหาว่าต้องทำงานที่ตนเองไม่ชอบ แต่ถ้าบังเอิญไม่ชอบงานเดียวกัน ก็ยิ่งดีเลย เพราะจะได้เข้าใจหัวอกกันมากขึ้น คราวนี้คุณก็อยู่ข้างเดียวกันแล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ชอบ ก็แค่แบ่งกันว่า ใครจะทำงานบ้านนั้นๆ วันไหนเท่านั้นเอง
       
       2.อย่าบ่น สาวๆ หลายคนชอบบ่นว่าบ้านรก สกปรก ให้ฝ่ายชายได้ยิน แต่เชื่อเถอะว่า มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย มีแต่จะตึงเครียดกันไปใหญ่ ถ้าตกลงแบ่งงานกันทำแล้ว ก็ช่วยให้เกียรติกันสักนิด โดยไม่ต้องเข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ที่เขารับผิดชอบ หรือถ้ากลัวเขาลืมก็แปะกระดาษตัวโตๆ เอาไว้ก็ได้ค่ะ ว่า วันนี้หน้าที่ของเขาต้องทำอะไรบ้าง
       
       3.ทำใจและยืดหยุ่นบ้าง ไม่จำเป็นที่ทุกอย่างต้องได้อย่างใจเป๊ะๆ เพราะคนเราต่างพ่อต่างแม่ ได้รับการเลี้ยงดูมาต่างกัน ถ้าไม่พอใจกับการทำงานบ้านของอีกฝ่ายอาจหาทางพูดกับเขาดีๆ หรือซื้อเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานบ้านนั้นๆ มาฝาก แบบที่ทำให้เขาสะดวกขึ้น สนุกขึ้น ก็อาจช่วยได้ แต่ถ้าคุณทนไม่ได้จริงๆ และตัดสินใจลงไปทำแทนเอง ก็อย่าบ่นเป็นหมีกินผึ้งเด็ดขาดค่ะ เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
       
       แม้ว่าปัจจุบันจะมีหลายครอบครัว ยอมรับว่า บทบาทของผู้หญิงและผู้ชายในการสร้างครอบครัวนั้นเท่าเทียมกันแล้ว คือ ไม่จำเป็นที่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นช้างเท้าหลังเสมอไป หรือต้องอยู่กับบ้าน ทำงานบ้าน พับผ้า เลี้ยงลูก ตรงกันข้าม ผู้หญิงก็สามารถเป็นช้างเท้าซ้าย ที่เดินไปพร้อมๆ กับช้างเท้าขวาได้ แต่สำหรับประเด็นเรื่อง “งานบ้าน” นั้นก็น่าคิดที่ว่าหลายคนอาจยังไม่สามารถยอมรับว่ามันก็ต้องแบ่งๆ กันรับผิดชอบด้วย

ที่มา  http://www.manager.co.th/