โรคกระดูกพรุนในสตรีวัยทอง

Posted on 2018-03-07

โรคกระดูกพรุนในสตรีวัยทอง

อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่เข้าสู่วัยทองได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน แสบในช่องคลอด ฯลฯ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือโรคกระดูกพรุน ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลา 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน พบว่าในบางรายความหนาแน่นของกระดูกลดลงไป 30-50% เลย สาเหตุหลักก็คือการขาดฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน โดยปรกติเอสโตรเจนมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ osteoclasts (ตัวทำลายกระดูก) ดังนั้นภายหลังภาวะการหมดประจำเดือน การทำงานของ osteoclasts จึงมากขึ้น และทำให้เนื้อกระดูก (bone mass) ซึ่งวัดได้ด้วย bone mineral density ลดลง สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนก็คือ กระดูกหัก ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยที่กระดูกสันหลังและกระดูกสะโพก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ยากต่อการดามเหล็กหรือเข้าเฝือก การให้ฮอร์โมนทดแทน (estrogen replacement) สามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้

ปัญหาที่มักเป็นที่สงสัยสำหรับผู้ป่วย คือ การให้ฮอร์โมนทดแทน ทำให้อุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีมะเร็ง 2 ชนิดที่การได้รับฮอร์โมนทดแทน ทำให้หรืออาจทำให้เพิ่มอุบัติการณ์สูงมากขึ้น คือ มะเร็งที่มดลูก และมะเร็งเต้านม ด้วยเหตุผลนี้จึงมีคนลังเลที่จะใช้ฮอร์โมนทดแทนและหันไปรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แทน หากจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนจริงๆ ก็ไม่ควรใช้เกิน 5 ปี

การเสริมอาหารที่มีแร่ธาตุสูงหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไทยในวัยนี้ โดยเฉพาะ แร่ธาตุที่เป็นเจ้าปัญหานี้ก็คือ แคลเซียม การเลือกชนิดของแคลเซียมควรจะคำนึงถึงการแตกตัวและการละลายของแคลเซียม ซึ่งจะทดสอบได้ด้วยตัวเอง โดยนำน้ำส้มสายชูมาหนึ่งแก้วแล้วใส่ผลิตภัณฑ์แคลเซียมลงไป 1 เม็ด แล้วคนเป็นระยะๆ หากการละลายสมบูรณ์ (อาจจะขุ่นได้) ถือว่าการละลายของแคลเซียมชนิดนี้อยู่ในเกณฑ์ดี แต่หากไม่ค่อยละลายและมีตะกอนนอนก้นแก้ว จะถือว่าการละลายใช้ไม่ได้ แคลเซียมที่ละลายได้ดีได้แก่ Calcium Citrate Malate และตามด้วย Calcium Citrate ส่วนแคลเซียมในรูปแบบอื่นๆ ก็มีการละลายปานกลาง
สารที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับการใช้แคลเซียมมี ดังต่อไปนี้ :-

1 วิตามินดี จะใช้ในผู้ที่มีการดูดซึมแคลเซียมไม่ดี ได้แก่ ผู้ที่ไม่ค่อยได้รับแสงแดดหรือผู้ที่ขาดวิตามินดี 
2 แมกนีเซียม เมื่อใช้คู่กับแคลเซียมจะป้องกันการเกิดตะคริวได้ดีกว่าใช้แคลเซียมเดี่ยวๆ 
3 โบร่อน ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก 
4 ซิลิก้า เพิ่มการนำแคลเซียมเข้ากระดูกและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก 
5 ทองแดง (Copper)  ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก 
6 วิตามินอี  ชะลอกระบวนการเสื่อมสลายของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย 

มีสารอีกหลายชนิดที่ใช้ในสตรีวัยทองแต่การใช้เพื่อรักษาในวัยนี้ เป็นไปในเชิงของการซ่อมแซมซึ่งไม่สามารถทำให้กลับไปดีเหมือนเดิมได้ อย่างดีก็ช่วยชะลอการเสื่อม หรือบรรเทาอาการได้บ้าง ทางที่ดีก็คือการป้องกันมากกว่า
ซึ่งจะทำได้โดยการสะสมแคลเซียมไว้ในกระดูกก่อนเข้าสู่วัยทอง นั่นก็คือผู้หญิงควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงตั้งแต่ยังอ่อนวัย เมื่อเข้าสู่วัยทองจะได้ไม่ลำบากมาก

ที่มา  http://siamdara.com