ห่วง! คนไทยกินผักผลไม้น้อยลง แนะกินให้เพียงพอ ครบ 5 สี ต้านอนุมูลอิสระ

Posted on 2018-03-08

ห่วง! คนไทยกินผักผลไม้น้อยลง แนะกินให้เพียงพอ ครบ 5 สี ต้านอนุมูลอิสระ

     คนไทยกินผักผลไม้น้อยลง ส่งผลเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น แนะกินผักผลไม้ให้เพียงพอ ครบ 5 สี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาระบบภูมิคุ้มกัน สร้างเซลล์ให้แข็งแรง แต่ต้องล้างให้สะอาดก่อน

      นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง สาเหตุหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจากรายงานการสำรวจการบริโภคอาหารของคนไทย ในปี 2551 - 2552 พบว่า สถานการณ์การบริโภคผักและผลไม้คนไทยอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง โดยกินผักและผลไม้เพียงพอแค่ร้อยละ 17.7 ลดลงจากปี 2546 - 2547 ที่บริโภคร้อยละ 21.9 โดยภาคกลางบริโภคผักน้อยที่สุดร้อยละ 14.45 โดยโรคเรื้อรังที่เกิดจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม 4 โรคในรอบ 5 ปี (2549 - 2553) พบผู้ป่วยกว่า 3 ล้านราย ทุกโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อันดับหนึ่งคือความดันโลหิตสูง พบผู้ป่วย 1.7 ล้านราย อันดับสอง เบาหวาน พบ 8.8 แสนราย อันดับสาม โรคหัวใจขาดเลือด พบ 1.7 ล้านราย และอันดับสี่ โรคหลอดเลือดสมอง พบ 1.4 แสนราย
       
       นพ.พรเทพ กล่าวว่า ใน 1 วัน ควรกินผักให้ได้มื้อละอย่างน้อย 2 ทัพพี ควบคู่กับผลไม้ทุกมื้อเป็นประจำ โดยผักควรกินให้ครบ 5 สี ได้แก่ 1. สีเขียว ให้สารคลอโรฟิลล์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ขจัดฮอร์โมน เป็นสาเหตุของมะเร็งบางชนิด เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้งผักกาดหอม ผักคะน้า แตงกวา 2. สีเหลือง ให้สารเบตาแคโรทีน และ ฟลาโวนอยส์ ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสายตา เช่น แครอท ฟักทอง มันเทศ 3. สีม่วง ให้สารแอนโทไซยานิน ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองยับยั้งเชื้ออีโคไลในทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ เช่น กะหล่ำสีม่วง มะเขือม่วง ดอกอัญชัน
       
       นพ.พรเทพ กล่าวว่า 4. สีขาว ให้สารอะไลซิน สร้างเซลล์ให้แข็งแรง ยับยั้งการเกิดเนื้องอกช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก ต้านการอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดปริมาณไขมันในเลือด ลดความดันโลหิตป้องกันเส้นเลือดอุดตัน รักษาระบบภูมิคุ้มกัน เช่น กระเทียม หัวไชเท้า ถั่วเหลือง และ 5. สีแดง มีสารไลโคพีน อยู่ในปริมาณสูง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี 100 เท่า และมากกว่ากลูตาไธโอนถึง 125 เท่า สารไลโคพีนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปอด และยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเยื่อบุมดลูก เช่น มะเขือเทศ หอมแดง พริกหวาน เป็นต้น
       
       “ก่อนกินผักและผลไม้ทุกครั้ง ควรล้างด้วยน้ำสะอาด 1 - 2 ครั้ง เพื่อลดสารพิษและย่าฆ่าแมลงที่ตกค้าง จากนั้นแช่ผัก ผลไม้ในน้ำผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร หรือน้ำผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยตวงต่อน้ำ 4 ลิตร หรือน้ำผสมโซเดียม ไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15-30 นาที แล้วล้างน้ำเปล่าอีก 2 ครั้ง สำหรับผักบางชนิด เช่น คะน้า กะหล่ำ ถั่วฝักยาว หากมีคราบขาวจับที่กาบใบหรือฝักมากเกินไปล้างน้ำหลายๆครั้ง และคลี่ใบถูหรือล้างด้วยการเปิดน้ำไหลผ่านผักสดอย่างน้อย 2 นาที” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มา  http://www.manager.co.th