เหตุผลที่สาว ๆ ไม่ควรยื้อเยื้อความสัมพันธ์ไว้อีกต่อไป

Posted on 2018-07-20

เหตุผลที่สาว ๆ ไม่ควรยื้อเยื้อความสัมพันธ์ไว้อีกต่อไป

            ความ รักเป็นเรื่องที่บอบบาง ฉะนั้น ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรควรจะคิดให้รอบคอบเสียก่อน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังอยู่ในภาวะเบื่อแฟนไม่อยากเจอหน้า จนอยากจะบอกเลิกให้รู้แล้วรู้รอดกันไป เพราะหากพูดออกไปแล้ว หนุ่ม ๆ น้อยคนนักที่จะโอกาสกลับมาคืนดีอีกครั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้นตอนนี้ลองคิดหาคำตอบจากคำถามเหล่านี้ดูก่อนดีกว่า ว่าพร้อมจะใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีเขาได้หรือยัง

         1. ขาดการดูแลเอาใจใส่

            ตลอดหลายเดือนหรือหลายปีที่ผ่านมาหากเขาดูแลใส่ใจอย่างดีมาโดยตลอด และคอยช่วยเหลือในทุก ๆ เรื่อง ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว สังคม พร้อมยอมรับฟังทุกปัญหา ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเล็กน้อยมากขนาดไหน อาจมีที่ขาดตกบกพร่องไปบ้างแต่สามารถมองข้ามไปได้ ก็ไม่ควรเก็บเอามาเป็นอารมณ์ แต่หากการกระทำของแฟนตรงกันข้ามกับที่พูดมา ดูแลแค่ในช่วงโปรโมชั่นหลังจากนั้นไม่ต่างอะไรจากตอนที่อยู่ตัวคนเดียว อาจถึงเวลาที่ต้องมองหาคนใหม่แล้วล่ะ

         2. โดนข่มเหงรังแกทั้งร่างกายและจิตใจ

            หากเจอหนุ่ม ๆ ลักษณะนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยควรรีบถอยออกมาให้เร็ว ก่อนที่ความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแฟนไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใคร แต่เป็นการร่วมกันแชร์ความรู้สึกดี ๆ และหาทางออกไปพร้อม ๆ กันเมื่อเกิดปัญหา นอกจากนี้ แม้อยู่ในอารมณ์ไม่พอใจ หรือรู้สึกโกรธเคือง ควรจะคุยกันตรง ๆ ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงเข้ามาตัดสิน

         3. มีปัญหาเรื่องมือที่ 3 ตลอด

            ปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคู่ถึงขั้นเลิกรากันมาแล้ว เพราะถ้ารักกันจริงคงไม่มีคนอื่น โดยเฉพาะคนที่มีนิสัยเจ้าชู้เป็นพื้นฐานเดิม และไม่สามารถเลิกได้ ยังคงติดต่อกับคนอื่น ๆ ในเชิงชู้สาวขณะที่กำลังคบกันอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลที่จำเป็นจะต้องทนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกต่อไป แต่หากเกิดจากความผิดพลาดหลงผิดไปชั่วขณะหรือเป็นครั้งแรก ลองให้โอกาสและอภัยให้เขาสักครั้งคงไม่เป็นไร

        4. ติดตามทุกฝีก้าว

            หากหนุ่มที่กำลังคบอยู่เป็นประเภทที่ชอบวางอำนาจ พยายามจะเข้ามาควบคุมชีวิต โดยการติดตามตลอดทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน หรือทำอะไรก็ตาม อีกทั้งยังบังคับให้ทำตามที่ต้องการตั้งแต่การใช้ชีวิตไปจนถึงเรื่องการเข้า สังคม ซึ่งคงไม่ดีแน่ ๆ หากต้องทนฝืนคบต่อไป เพราะอาจจะต้องทนอยู่กับความอึดอัดไปตลอดเวลา

        5. ไม่มีเวลาให้

            ถึงแม้เขาจะดีพร้อมไปทุกด้านและเหมาะสมกันทุกอย่างทั้งการศึกษา ฐานะ และหน้าตา แต่ถ้าหากเขาไม่มีเวลาให้กันเลยกว่าจะได้เจอกันสักครั้งก็เลื่อนนัดกันเป็น ว่าเล่น หรือแค่โทรศัพท์มาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบยังทำให้ไม่ได้ ลองเปิดใจให้โอกาสตัวเองได้เจอกับคนใหม่ ๆ ที่มีเวลาดูแลใส่ใจ ออกไปเที่ยว ทานข้าวด้วยกันบ้างน่าจะดีกว่า

        6. เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่

            โดยปกติแล้วคนรักกันควรจะถามความเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดของอีกฝ่าย หรือปรับตัวเข้าหากันบ้างตามสมควร ไม่ใช่ยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง พูดอะไรก็ไม่เคยสนใจฟัง หรือยอมให้กันเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ ยังทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองบ่อยครั้ง ทั้งเรื่องหน้าตา การแต่งตัว ไลฟ์สไตล์ส่วนของเขาดีเลิศไปเสียทุกอย่าง หากเจอหนุ่มประเภทนี้ก็ขอบายไปได้เลย

        7. ไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

            การให้เกียรติกันไม่ได้หมายถึงแค่การกระทำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องคำพูดจา และความคิดด้วย หากเขาปฏิบัติดีทุกอย่างเสียแค่คำพูดของเขาเพียงอย่างเดียว ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วกันว่า จะสามารถทนฟังคำพูดร้าย ๆ หรือหักหน้ากันบ่อย ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นได้หรือไม่ และลองคุยกับเขาตรง ๆ สักครั้ง เพื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น แต่ถ้าผลลัพธ์ที่ได้ยังเหมือนเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไป

         8. ไม่มีความรับผิดชอบ

            เมื่อตัดสินใจคบกันแล้วก็ต้องมองถึงเรื่องอนาคตกันเป็นธรรมดา เพราะคงไม่มีใครที่อยากจะคบเล่น ๆ คุยแก้เหงาไปวัน ๆ เท่านั้นหรอก ฉะนั้น หากที่ผ่านมาเขาตั้งใจทำงานเก็บเงิน วางแผนอนาคตเอาไว้แล้วคงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่สำหรับบางคนที่ยังติดเกม สนุกกับการเที่ยวเล่น ไม่เคยคิดถึงอนาคตร่วมกันเลย หรือแม้แต่เพื่อนฝูงยังไม่เคยพาไปแนะนำตัวให้รู้จัก คงไม่ต้องหวังอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

         9. แอบมีใจให้คนอื่น 

            หากสาว ๆ เป็นฝ่ายที่นอกใจเสียเอง ไม่ใช่แค่การกรี๊ดกร๊าดหนุ่มหล่อแบบทั่วไป แต่มีการติดต่อพูดคุยกับคนอื่น และบังเอิญก็โดนใจมากเสียด้วย จนถึงขั้นอยากจะเลิกกับคนปัจจุบันมาคบกับคนใหม่ หรือแอบมีกิ๊กโดยไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ถึงเวลาที่ควรจะปล่อยเขาไป ให้เจอกับคนที่เขาจริง ๆ เพราะรั้งเอาไว้มีแต่เจ็บทั้งสองฝ่ายเปล่า ๆ

            หาก คำถามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คำตอบคือ "ใช่" เกือบครบทุกข้อ และคิดไตร่ตรองมาอย่างดีหลายวันหลายคืน ถามคนอื่น ๆ แล้วก็มีความเห็นตรงกันหมด อาจถึงเวลาที่สาว ๆ ควรจะพูดคุยกับแฟนแบบจริงจังกันสักที แต่ถ้าหากยังลังเลไม่กล้าพอที่จะบอกเว้นระยะห่างเอาไว้สักนิด ลองตีตัวออกห่างสักพักให้รู้ใจตัวเองเสียก่อน หลังจากนี้ค่อยกลับมาคุยกันอีกครั้งก็คงไม่สายเกินไป

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม