9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

Posted on 2018-07-26

9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

เรื่อง : แม่มะลิ

          ใคร ตั้งใจว่าจะเริ่มทำอะไรดี ๆ ในปีนี้ก็อย่าลืมลงมือทำกันนะคะ ยิ่งเป็นการทิ้งพฤติกรรมทำลายสุขภาพ แล้วหันมาใส่ใจดูแลกายใจให้แข็งแรง ยิ่งต้องรีบลงมือทำ วันนี้เราจึงมีตัวช่วยเป็นเคล็ดลับดี ๆ ใช้เพิ่มความจำทำให้สมองสดใส มาบอกกันค่ะ

 1. เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นให้งานเอกสาร

          มีงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Princeton ยืนยันว่า การเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร การทำตัวหนาและตัวเอน เพื่อให้เกิดความแตกต่างในการอ่าน นับเป็นวิธีที่ได้ผลในการกระตุ้นการทำงานของสมองค่ะ ขณะที่การเอารูปแบบการจัดหน้าเอกสารออกไป ย่อมทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวอักษรนั้นเล็กลง ช่วยดึงความสนใจผู้อ่านได้อีกทางด้วยค่ะ


 2. ฝึกสมองด้วยการเต้นลีลาศ

          ช่วงต้นปีเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น เข้าคลาสสอนทำอาหาร หรือเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ แต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร ขอแนะนำให้ลองเรียนการเต้นบอลรูม หรือการเต้นลีลาศดูนะคะ เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่า การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลงในแต่ละครั้ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองผู้เต้นให้ต้องคิดว่าจะเคลื่อนที่อย่างไรให้เข้า กับจังหวะเพลงและคู่เต้นค่ะ
 

 3. ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดดูบ้าง

          ลองเปลี่ยนความเคยชินจากการทำกิจกรรมประจำวันด้วยมือข้างที่ถนัดมาเป็นการ ใช้มืออีกข้างดู อย่างคนส่วนใหญ่ที่ถนัดมือขวา ให้ลองแปรงฟัน ใส่เข็มขัด เขียนหนังสือ หรือกินอาหารด้วยมือซ้ายดูบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้สมองอีกด้านได้ทำงานและตื่นตัว ซึ่งวิธีนี้เองที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วยอย่าง ได้ผลมาแล้ว

 4. เว้นวรรคให้สมองได้พัก

          ความคร่ำเคร่งในการเรียนการทำงาน ไม่ได้ช่วยให้คุณจดจำได้ดีขึ้นเลยนะคะ มิหนำซ้ำยังทำให้ความจำของคุณสั้นลงแบบไม่รู้ตัวด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Wisconsin, Madison จึงแนะนำให้รู้จักเว้นวรรค พักจากการเรียน และงานตรงหน้าบ้าง เพื่อขจัดความขุ่นมัว ความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นในระหว่างความคร่ำเคร่งนั้น และเปิดโอกาสให้สมองได้ทบทวนสาระสำคัญให้ตกผลึก ซึ่งจะนำสู่กระบวนการเรียนรู้จดจำต่อไป

 5. เขียนด้วยลายมือ จำได้ดีกว่าการพิมพ์นะ

          มีบทความใน Journal of Cognitive Neuroscience ระบุไว้ชัดเจนว่า การจดบันทึกด้วยลายมือช่วยให้จดจำความรู้ใหม่ ๆ ได้ดีและรวดเร็วกว่าการจดบันทึกด้วยการพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต โดยมีงานวิจัยที่ทำกับเด็กนักเรียนยืนยันอีกครั้งว่า การเรียนการสอนโดยให้เด็กจดบันทึกลงในสมุดด้วยลายมือของตัวเอง มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ ในสมองที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จดจำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่าวิธีอื่น ๆ

 6. เล่นเกมคอมพิวเตอร์ลับสมอง

          อย่าเพิ่งมองว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์จะเป็นการใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์เสมอ ไป เพราะมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งที่ชอบเล่นเกม Tetris เป็นประจำ มีระบบความจำที่พัฒนารวดเร็วอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมองส่วนที่ใช้ในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ภาษา และการทำงานเป็นขั้นตอน นั่นเป็นเพราะเกม Tetris นี้ ช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองหลายส่วน ให้ต้องคิดตลอดเวลาว่าจะจัดวางตัวต่อรูปร่างต่าง ๆ ให้เป็นแถวได้อย่างไรนั่นเอง

 

 7. เสียงดิจิตอลช่วยสมองไบรท์

          คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่เมื่อได้ยินเสียงของปุ่มกด หรือเสียจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เป็นต้องรู้สึกรำคาญทุกครั้งไป ถ้าใช่ ผลการวิจัยจาก University of Amsterdam ต่อไปนี้จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนใจค่ะ เมื่อมีงานวิจัยพบว่า การเปิดเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยิ่งหากเป็นเสียงของระบบการสุ่มเลือกคำ จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้ที่ได้ยินสามารถคิดสร้างสรรค์ถ้อยคำประโยค และการเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้ดีกว่าคนที่เลือกจะปิดเสียงไว้

 8. ฝึกสมาธิเป็นนิตย์

          จากรายงานทางการแพทย์ของ Monteore Medical Center/Albert Einstein College of Medicine ระบุว่า เซลล์สมองของผู้ที่หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอนั้นจะทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ ระบบความจำจึงดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงเท่านั้น การฝึกสมาธิยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการมีสติ ระมัดระวัง เอาใจใส่และดูแลตนเองมากขึ้นด้วย


 9. อ่านออกเสียงดัง ๆ กระตุ้นสมอง

          วันพรุ่งนี้ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ที่พอจะอ่านหนังสือพิมพ์ หรือหนังสือแบบเปล่งเสียงออกมาได้ดูนะคะ เพราะนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้สมองอีกส่วนหนึ่งได้รับการกระตุ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองส่วนนี้ ขณะที่การอ่านในใจทำให้สมองส่วนนี้ไม่ได้รับการกระตุ้นเลย วิธีนี้จึงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายวิชาชีพ อย่างการที่นักบินสามารถจดจำกลไกมากมายในเครื่องบินได้ ก็เป็นเพราะเขาเลือกจะจดจำด้วยการเปล่งเสียงออกมาด้วยเสียงดัง ๆ ค่ะ

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม