ศัลยกรรมอังกฤษตื่นตัว ห้ามโฆษณาเว่อร์ - ปรึกษาแพทย์เท่านั้น

Posted on 2018-09-04

ศัลยกรรมอังกฤษตื่นตัว ห้ามโฆษณาเว่อร์ - ปรึกษาแพทย์เท่านั้น

         ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ วงการศัลยกรรมดูจะเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมหน้าอก เสริมจมูก ดึงหน้า หรือว่ากระบวนการที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดอย่างการฉีดโบท็อกซ์ หรือทำเลเซอร์ ที่เคยทำกันในวงจำกัด บัดนี้ได้รับความนิยมขึ้นมาก และกลายเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง เห็นได้จากการออกโปรโมชั่นเสริมความงามต่าง ๆ เช่น ซื้อหนึ่งรายการแถมให้ทดลองฟรีอีกหนึ่งรายการ หรือ หากซื้อตามช่วงเวลาที่กำหนดก็จะได้ราคาที่ถูกเป็นพิเศษ และสถานการณ์ในแวดวงศัลยกรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเมืองไทยเท่านั้น มันยังเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษด้วย

          เว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์รายงานข่าวการตื่นตัวในแวดวงศัลยกรรมของอังกฤษว่า เซอร์บรูซ คีโอ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ จากหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ หรือ NHS เป็นผู้นำออกมายื่นเรื่องให้รัฐบาลอังกฤษพิจารณาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการทำศัลยกรรม โดยสิ่งที่เขาเสนอคือมติที่ได้รับความเห็นชอบจากสาธารณะชน กลุ่มผู้ป่วย (ที่เคยเข้ารับการศัลยกรรม) และผู้เกี่ยวข้องในวงการศัลยกรรม เนื่องจากการตลาดในแวดวงการศัลยกรรมกำลังร้อนแรงเป็นอย่างมาก แทบทุกเจ้ามุ่งแต่การทำยอดลูกค้าเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด และใช้กลเม็ดที่ไม่ซื่อตรงเพื่อหาลูกค้าให้ได้มากที่สุด ขาดความซื่อตรงในการให้บริการ ไม่ให้ข้อมูลที่เป็นจริง หรือใช้กลการโฆษณาล่อลวงให้ตัดสินใจโดยไม่ยั้งคิด

        โดยข้อเสนอที่ได้ยื่นเพื่อพิจารณามีดังนี้

       - ห้ามการปรึกษาศัลยกรรมความงามโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะการให้บริการฟรี ๆ แบบนี้จะทำให้ผู้ขอคำปรึกษารู้สึกว่าตนเองจำเป็นที่จะต้องได้รับการศัลยกรรม

       - การรับคำปรึกษาต้องเกิดระหว่างคนไข้กับแพทย์ผู้จะลงมือเท่านั้น ไม่ใช่จากเซลล์ผู้ขายคอร์ส

       - ออกกฎควบคุมการโฆษณาเพื่อการทำศัลยกรรมให้เข้มข้นขึ้น ห้ามการขายแบบ ซื้อ 1 ได้ 2, โปรโมชั่นลดราคาพิเศษหากซื้อภายในช่วงเวลาที่กำหนด หรือเสนอราคาของตนให้ถูกกว่าคนอื่น ๆ เพื่อเป้าหมายในแง่การตลาด ทั้งนี้เพราะโปรโมชั่นดังกล่าวล่อลวงใจ และทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อแบบทันทีทันใดโดยไม่ได้ใช้เวลาในการพิจารณามากเท่าที่ควร

       - ต้องให้เวลาที่พอเพียงแก่ลูกค้าในการตัดสินใจ ก่อนตอบรับการซื้อหรือทำศัลยกรรม

       - ให้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่าเดิม ในเรื่องของผลข้างเคียงหลังการทำศัลยกรรมอย่างตรงไปตรงมา ทั้งผลแบบที่เกิดขึ้นชั่วคราว และผลที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต

          เนื่องจากผู้ที่จะเข้าสู่กระบวนการศัลยกรรม หรือแม้แต่จะเป็นกระบวนการเพื่อความงามที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็น "ผู้ป่วย" อีกด้วย เพราะสิ่งที่คนเหล่านี้กำลังจะตัดสินใจเป็นการเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ อันจะส่งผลถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ของเขาในอนาคตได้ เซอร์บรูซจึงเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมกับการทำการตลาดกันคึกโครม ออกโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อหวังแต่ผลประโยชน์โดยไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยหรือรักษาสิทธิ์ของผู้บริโภคเท่าที่ควร

          ทั้งนี้ การตื่นตัวในวงการของศัลยกรรมและความงามของอังกฤษ เกิดขึ้นหลังจากเกิดกรณีซิลิโคนเสริมเต้าผิดรูป โดยพบว่าเป็นซิลิโคนเกรดต่ำ และไม่ได้ผลิตมาเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ ซึ่งซิลิโคนทั้งหมดนำเข้ามาจากบริษัท Poly Implant Prostheses หรือ PIP ของฝรั่งเศส และนิยมใช้กันมากในคลินิคขนาดเล็ก ซึ่งพบว่ามีหญิงอังกฤษมากถึง 40,000 ราย ที่ได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนจากบริษัทนี้ และพบว่าเกิดปัญหา จนแห่มาผ่าตัดเพื่อนำออกเป็นจำนวนมากในภายหลัง

          เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็อดกลับมามองวงการศัลยกรรม และความสวยความงามในประเทศเราเองไม่ได้จริง ๆ เพราะการตลาดของการการศัลยกรรมในตอนนี้ก็ร้อนแรงสุด ๆ ไม่แพ้กัน อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้บริโภคเราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครออกมาเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิ์ให้ แต่เป็นหน้าที่ของตัวเราที่จะต้องรู้รอบ หาข้อมูล มีสติไม่หลงใหลคล้อยตามไปกับโฆษณาชวนเชื่อ หรือราคาที่เห็นว่าแสนถูกแสนคุ้มค่าง่าย ๆ และไตร่ตรองพิจารณาถึงผลดีผลเสียให้ถี่ถ้วนที่สุดก่อนจะตัดสินใจทำอะไรกับร่างกายของตัวเอง ไม่มีใครดูแลเราได้ดีเท่ากับตัวเองแน่นอน จริงไหมคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.kapook.com