6 สัญญาณที่เข้าข่าย ผู้ชายชอบบงการชีวิต

Posted on 2018-09-14

6 สัญญาณที่เข้าข่าย ผู้ชายชอบบงการชีวิต

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           โดยธรรมชาติของคนทั่วไปแล้วต้องการอิสระ และความเป็นส่วนตัวบ้างในบางเวลา เพื่อใช้เวลานั้นมาดูแล และทำเรื่องในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถึงแม้คุณจะมีคนรักก็ตาม หากคุณพบว่าคนรักออกคำสั่งหรือบังคับคุณมากเกินไป ถึงเวลาที่คุณควรจะพิจารณาเขาใหม่แล้วล่ะ ถ้าหากคุณอยากจะรู้ว่าผู้ชายที่คุณกำลังคบหาดูใจกันอยู่ เข้าข่ายผู้ชายชอบบงการชีวิตบ้างหรือเปล่า...ไปดูกันเลย

        1. สืบเสาะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ

           คนที่ชอบเช็กความเคลื่อนไหวทุกแอคเค้าท์บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น อีเมล เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม โปรแกรมแชท รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ บนโทรศัพท์ คุณควรจะระวังเอาไว้ให้มาก ๆ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายกับตัวเองแล้ว ยังเป็นอันตรายกับข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของคุณด้วย ฉะนั้น หากเป็นไปได้ควรเก็บรหัสผ่าน และข้อมูลส่วนตัวเอาไว้เป็นความลับดีกว่า

        2. แยกคุณออกจากลุ่มคนรอบข้าง

           หากคุณกับเขาเจอหน้ากันทุกวัน แต่กลับรู้สึกไม่พอใจทุกครั้งที่คุณบอกกับเขาว่าจะออกไปเจอเพื่อน ๆ หรือกินข้าวกับครอบครัว อีกทั้งพยายามแยกตัวคุณออกมาจากสังคมที่คุณเคยอยู่ และไม่เคยอยู่ห่างกับคุณเลย นั่นไม่ได้เป็นเพราะว่าเขารักคุณมากมายเหมือนที่เขาพูด แต่กำลังจะควบคุมชีวิตของคุณมากกว่า และจะทำให้คุณกับคนรอบข้างมีปัญหามากขึ้นด้วย เพราะทำให้คนรอบข้างคิดได้ว่าคุณไม่เห็นความสำคัญของพวกเขาแล้ว

        3. บังคับแต่งตัวในแบบที่เขาชอบ

           แม้จะเป็นคนรักแต่ใช่ว่าจะบังคับให้คุณทำตามความต้องการของเขาได้ โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้ากับการแต่งกาย เพราะหากคุณทำตามที่เขาบอกหมดทุกอย่าง หรือเปลี่ยนตัวเองเพื่อทำให้เขาพอใจไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก และสุดท้ายแล้วคุณเองที่จะเป็นฝ่ายรู้สึกอึดอัดกับความรักครั้งนี้


        4. ไม่ปล่อยให้มีเวลาส่วนตัว

           ช่วงที่ได้อยู่กับคนรักเป็นเวลาที่ทำให้พวกคุณมีความสุข แต่ทั้งนี้ไม่ว่าเขาจะรักคุณมากแค่ไหนควรจะปล่อยให้คุณมีเวลาส่วนตัวบ้าง หรือทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง อย่างเช่น พักผ่อนอยู่บ้าน ออกไปเที่ยวกับเพื่อน หรือใช้เวลากับครอบครัว เป็นต้น ดังนั้น ถ้าหากเขาทำตัวติดอยู่กับคุณตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้มีเวลาส่วนตัวบ้างเลย โทรศัพท์คุยกับคุณทุกนาที ถึงเวลาที่คุณกับเขาต้องคุยปรับความเข้าใจกันบ้างแล้วล่ะ

        5. ขี้หึงเกินไป

           คนรักกันต้องมีการหึงหวงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเห็นคนรักไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น ดังนั้น หากแฟนของคุณจะโกรธนิดงอนหน่อย หรือถามเกี่ยวกับอีกฝ่าย ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดมาก แต่ถ้าหากเขาหึงทุกคนที่เข้าใกล้คุณ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนก็ตาม นอกจากนี้ หากเขาออกคำสั่งความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนรอบข้าง นั่นไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วแน่ ๆ หากเปลี่ยนสถานะไปเขาอาจจะควบคุมทุกอย่างในชีวิตของคุณด้วยก็ได้

        6. ตัดสินทุกอย่างด้วยตัวเอง

           ไม่ว่าเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ตามหากเป็นแฟนกันแล้ว เขาควรบอกให้คุณรับรู้และให้คุณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาให้เกียรติและเห็นคุณเป็นคนสำคัญจริง ๆ ในทางกลับกันหากเขาเป็นคนตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว หรือแสดงว่าเขาเป็นผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เปิดโอกาสให้คุณได้แสดงความคิดเห็นเลย ควรจะถอยออกมาดีกว่า เพราะหากถลำลึกไปมากกว่านี้จะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ และรู้สึกแย่กับเขามากยิ่งขึ้น


           หาก ผู้ชายที่คุณกำลังคบอยู่เข้าข่ายผู้ชายจอมบงการ หรือมีพฤติกรรมอย่างที่เรากล่าวมา ควรจะหยุดสักนิดเพื่อตัวคุณเองก่อนที่เขาจะทำให้คุณรู้สึกเครียด วิตกกังวล และอึดอัดไปมากกว่านี้ หากพฤติกรรมเขายังพอให้อภัยได้ก็ลองคุยปรับความเข้าใจกันก่อน แต่ถ้าหากหลังจากที่คุยแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น ถึงเวลาที่คุณต้องถอยออกมา รอคนที่ดีและรักคุณจริง ๆ ดีกว่า

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม