จะจัดการความรักอย่างไร หากมีแฟนเป็นผู้ชายบ้างาน

Posted on 2018-09-19

จะจัดการความรักอย่างไร หากมีแฟนเป็นผู้ชายบ้างาน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เมื่อผู้หญิงมีแฟนสักคนก็ย่อมอยากได้ผู้ชายที่ดูแลเอาใส่เธอ มีความเป็นผู้นำ และพร้อมจะดูแลกันได้ ยิ่งได้ผู้ชายที่ทำงานเก่งด้วยล่ะก็ยิ่งแจ๋วไปเลย เพราะนั่นหมายถึงหลักประกันว่าชีวิตในอนาคตของคุณทั้งสองจะมั่นคง แต่ถ้าคุณแฟนไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่กลับตั้งหน้าตั้งตาทำงานงก ๆ จนเข้าข่าย "ผู้ชายบ้างาน" ล่ะจะทำอย่างไรดี หลาย ๆ คู่ยิ่งคบกันไปนานเข้าก็รู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่จะสานต่อความรักให้มั่น คงกับคนรักที่บ้างาน ความรักแบบนี้จะลงตัวได้ไหมนะ บางทีคำแนะนำเหล่านี้อาจจะช่วยคุณได้…

 1. ถามตัวเองให้ดี มีแฟนบ้างานแล้วรักยังโอเคอยู่ไหม

          สิ่ง แรกที่คุณต้องทำ คือ จัดการกับความรู้สึกของตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้วการที่มีแฟนเป็นผู้ชายบ้างานมันกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสอง จริง ๆ จัง ๆ ไหม เขาเป็นคนบ้างานประเภททำงานเต็มที่ลุยได้ทุกสถานการณ์ แต่ก็ยังแบ่งเวลามาเอาใจใส่คุณได้ดี (แม้จะเป็นเวลาที่น้อยกว่าชั่วโมงการทำงานของเขาก็ตาม) หรือว่าเป็นคนที่อุทิศตัวเองให้แก่งาน เห็นงานสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในทุก ๆ โอกาสเสมอ และไม่เอาใจใส่คุณเลย

 2. บอกความรู้สึกของคุณให้เขาได้รับรู้

          รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าผู้ชายมักไม่ค่อยเข้าอกเข้าใจในเรื่องความรู้สึกอ่อนไหวมาก เท่าไหร่ การคุยกับเขาตรง ๆ ดี ๆ ให้เข้าได้รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของคุณ ก็จะเป็นหนทางหาทางออกให้กับความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองได้ เชื่อไหมว่าผู้ชายหลาย ๆ คนไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองบ้างานแค่ไหน และแฟนสาวของเขาคิดอะไร หรืออยากให้เขาทำอะไรให้เธอบ้าง

 3. ให้เวลาเขาในการตัดสินใจ และจัดลำดับความสำคัญ

          แม้ จะบอกความอึดอัดใจให้เขาได้ทราบแล้ว แต่มันก็เป็นการยากที่เขาจะปรับตัวปุบปับให้ได้อย่างที่คุณต้องการ คนรักก็เป็นเรื่องของความสุขใจที่ได้มีคนที่เขารักและรักเขา ในขณะเดียวกัน...งานก็เปรียบเหมือนความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย เช่นกัน คุณจึงจำเป็นต้องให้เวลาเขาในการตัดสินใจว่าสิ่งใดควรให้ความสำคัญแค่ไหน และจะจัดลำดับความสำคัญของงานและความรักอย่างไรให้ลงตัว

 4. พยายามเข้าอกเข้าใจเขาบ้าง

          ไม่ ใช่เรื่องแปลกที่คุณอยากจะให้ตัวเองเป็นคนที่สำคัญที่สุดของคนรัก คุณต้องการให้คนรักให้ความสำคัญกับคุณเหนือใคร ๆ เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด รวมทั้งงานของเขาด้วย ความคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป คุณลองมองในมุมกลับดูบ้างสิ หากว่าคนรักของคุณอยากให้คุณเอาเวลาทั้งหมดให้เขา โดยไม่สนใจว่าความรับผิดชอบที่คุณมีต่ออาชีพของคุณนั้นยิ่งใหญ่หรือสำคัญแค่ ไหน ... สถานการณ์แบบนี้มันน่าลำบากใจใช่ไหมล่ะ เขาเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น พยายามเข้าอกเข้าใจเขาด้วยนะ

 5. ทำข้อตกลงเรื่องเวลาสำหรับความรักและการทำงาน

          เพื่อ ให้แน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต จะลงตัวสำหรับทั้งตัวคุณและคนรักมากที่สุด ลองทำข้อตกลงเรื่องเวลาที่จะใช้อยู่ด้วยกัน และเวลาที่เขาสามารถทำงานดึก ๆ ได้ดูสิ เช่น ทุกเย็นหลังเลิกงานของวันอังคาร วันพุธ และทั้งวันของวันอาทิตย์ คุณทั้งคู่จะใช้เวลาด้วยกัน ส่วนวันนอกเหนือจากนั้นเขาสามารถทำงานล่วงเวลาได้ ข้อตกลงที่ชัดเจนแบบนี้ นอกจากจะช่วยให้คุณจัดการกับความรู้สึกน้อยอกน้อยใจว่าแฟนไม่มีเวลาให้ของ ตัวเองได้แล้ว ยังช่วยให้เขาจัดการกับงานของตัวเองได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นด้วย

 6. อธิบายให้เขาเข้าใจว่าความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเป็นอย่างไร

          อย่า แปลกใจที่ผู้ชายบ้างานจะไม่รู้จักคำว่า "สมดุลของชีวิตส่วนตัวและการทำงาน" เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การออกไปกินข้าวกับแฟน หรือไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันบ้าง มันมีความสำคัญหรือมีข้อดีอย่างไร ตรงนี้ล่ะที่คุณจะต้องคอยบอก อธิบาย และทำให้เขาเข้าใจว่า เวลาเหล่านี้มันวิเศษแค่ไหนทั้งสำหรับคุณและสำหรับเขา ... ฉันชอบที่ได้เห็นคุณยิ้ม เห็นคุณหัวเราะ เห็นคุณใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ ที่ไม่ใช่ชุดทำงาน และฉันมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณ ถ้อยคำเหล่านี้จะช่วยให้เขาเข้าใจได้ว่า การใช้ชีวิตส่วนตัวกับคนรักก็สำคัญ และทำให้รู้สึกดีได้ไม่แพ้การทำงานให้สำเร็จลุล่วงเช่นกัน

 7. ยอมรับและเข้าใจตัวเขาในแบบที่เขาเป็น

          สุด ท้ายแล้ว บางทีสิ่งที่ดีที่สุดก็คือคุณต้องทำใจและยอมรับในตัวเขา คุณต้องทำความเข้าใจกับตัวเองให้ได้ว่าคุณไม่อาจเปลี่ยนแปลงเขาได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องโอเคถ้าเขาจะหันไปบ้างานเต็มที่ หรือคุณจะต้องยื่นคำขาดว่าเขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างคุณกับงาน (เพราะคำตอบที่ได้อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากจะได้ยินก็ได้นะ) ขอแค่ให้คุณยอมรับว่าการงานอาชีพของเขานั้นมีความสำคัญกับเขามากจริง ๆ ซึ่งเขาไม่อาจจะทิ้งความรับผิดชอบแม้ส่วนเล็ก ๆ ส่วนใดไปได้เลย เขาไม่จำเป็นต้องเลือก ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใช้เวลากับคุณมากขึ้นได้ตามที่คุณต้องการ ขอเพียงเขาสามารถทำอะไรก็ตามให้คุณมั่นใจได้ว่า ถึงจะบ้างานแค่ไหน เขาก็ยังมีคุณเป็นคนสำคัญที่สุดในใจของเขาเสมอ เท่านี้ก็พอแล้ว

          และ นี่ก็เป็นคำแนะนำบางส่วนที่เราพอจะให้กับสาว ๆ ที่มีแฟนหนุ่มเป็นผู้ชายบ้างานได้ สิ่งที่จำเป็นสำหรับความรักรูปแบบนี้คือความเข้าอกเข้าใจ และไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไปนัก ... หากว่าคุณผู้หญิงคนไหนมีประสบการณ์ตรง และข้อแนะนำในการปรับตัวเข้าหากันระหว่างคุณกับคนรักที่บ้างาน ลองมาพูดคุยกันดูสิคะ เราอยากฟังเรื่องของคุณนะ และมันจะเป็นประโยชน์กับคู่รักอีกหลาย ๆ คู่ได้แน่นอนค่ะ

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม