ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคอ้วน

Posted on 2018-11-26

ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคอ้วน

     เชื่อว่าคนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมากๆ หรือเป็นโรคอ้วนนั้น คงไม่มีใครเป็นสุขแน่ ไหนจะทุกข์ทรมานกับการแบกน้ำหนักที่เกินพิกัดของตัวเอง ไหนจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายไปถึงสุขภาพจิต แถมยังมั่นทอนบุคลิกและความมั่นใจในตนเองยานเข้าสังคมเป็นอย่างมาก

          โดยปกติโรคอ้วนนั้นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปัญหาสุขภาพต่างๆ นับตั้งแต่อาการปวดสะโพก ปวดเข่า ปวดเท้าและปวดหลังเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ระดับไขมันในเลือดสูง ความสมดุลของฮอร์โมนผิดปกติ นิ่วในถุงน้ำดี ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ ภาวะมีบุตรยาก เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง รวมถึงความผิดปกติอื่นๆ อีกหลายประการที่อาจก่อให้เกิดผลร้ายแก่ชีวิต

     ส่วนผลต่อสภาวะจิตใจคงพอเข้าใจกันได้ไม่ยาก เนื่องจากใครที่มีน้ำหนักตัวเกินไปมากๆ หรืออ้วนเผละจนรูปลักษณ์ภายนอกสะดุดตาคนรอบข้าง ก็มักจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบตามหลังมาให้เสียความมั่นใจ บางครั้งบั่นทอนกำลังใจจนแทบไม่อยากเจอะเจอหน้าผู้คนเอาเลย

          เห็นถึงผลเสียของการแบกน้ำหนักส่วนเกินมากๆ เอาไว้แล้วก็เชื่อว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนคงไม่นิ่งนอนใจที่จะหาวิธีการต่างๆ เพื่อรีดน้ำหนักทิ้งไปทางเลือกในการลดน้ำหนักมีหลายวิธี ถ้าเป็นวิธีที่มีใช่การผ่าตัดก็อย่าง เช่น การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย รับประทานยาลดน้ำหนัก เป็นต้น

     แต่บ่อยครั้งที่วิธีลดน้ำหนักดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล อย่างนี้ก็ต้องลองมองหาทางเลือกอื่นๆ ดู ปัจจุบันในทางการแพทย์มีอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษานั่นคือ “การผ่าตัดลดน้ำหนัก” โดยการผ่าตัดเมื่อนำมาใช้ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคอ้วนสามารถลดน้ำหนักได้ในระยะยาว

          การผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักเป็นการทำให้กระเพาะอาหารเล็กลงจนบรรจุอาหารได้น้อยลงหรือทำให้ลำไส้เล็กสั้นลง เมื่อรับประทานอาหาร จึงทานได้ทีละน้อยและทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้น้อยลง เป็นการป้องกันการนำอาหารไปแปรเปลี่ยนเป็นไขมันได้อย่างดี เมื่อร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากอาหารก็จะไปดึงเอาพลังงานสำรองคือไขมันสะสม ที่อยู่ตามส่วนต่างๆ มาใช้ ทำให้ไขมันสะสมลดลงและน้ำหนักก็จะลดลงอย่างต่อเนื่อง

     การผ่าตัดลดน้ำหนักจะทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ภายหลังจากการผ่าตัด 18-24 เดือน ประมาณ 75% ของผู้รับการผ่าตัดน้ำหนักจะคงที่ แต่มีบางส่วนน้ำหนักจะกลับเพิ่มขึ้นมาอีก เล็กน้อยและมีส่วนน้อยที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมาเหมือนเดิม ถือเป็นการรักษาที่มีสัดส่วนของการได้ผลสูงมาก ที่สำคัญกว่านั้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดจากการมีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

          ดังนั้น เมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล การผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักจึงเป็นการรักษาเพียงวีเดียวที่สามารถให้ผลการควบคุมน้ำหนักระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเป็นเพียงขั้นตอนแรกในการปรับและเปลี่ยนวิถีชีวิตต้องเข้าใจว่าการลดน้ำหนักหลังการน่าตัดมิใช่จะเกิดขึ้นแบบฮวบฮาบ และยังต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย

 โดยทั่วไป วิธีการผ่าตัดลดน้ำหนัก แบ่งได้เป็น 3 แบบ ดังนี้

     - การผ่าตัดแบบบายพาส

     - การผ่าตัดเย็บกระเพาะให้เล็กลง กินอาหารได้ทีละน้อย

     - การใช้แถบรัดกระเพาะอาหาร (SAG-BAND)

          เมื่อวิธีการผ่าตัดลดน้ำหนักมีให้เลือกหลายแบบและหลายวิธี การที่ผู้ป่วยจะเลือกวิธีใด ควรได้รับวินิจฉัยเป็นรายตัวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก การรักษาที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาอย่างพิถีพิถันรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการใช้แถบรัดกระเพาะอาหาร (SAG-BAND) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เพราะการผ่าตัดไม่ซับซ้อนเหมือนการผ่าตัดอื่นๆ ถ้าไม่พอใจก็อาจแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ นอกจากนั้นวิธีนี้ยังนำไปสู่การดำรงชีวิตแบบมีสุขภาพดีมากขึ้นโดยมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับการลดน้ำหนักน้อยกว่าการลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัดแบบอื่น

 SAG-BAND คืออะไร?

          คำว่า “SAG-BAND” ย่อมาจาก Swedish Adjustable Gastric Band เป็นการผ่าตัดเพื่อลดและควบคุมน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยที่มีความอ้วนมากๆ ซึ่งใช้วิธีการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และรับประทานยาแล้วยังลดน้ำหนักไม่ได้ โดยวิธีนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในยุโรปมาไม่น้อยกว่า 10 ปี

          ในการทำ SAG-BAND แพทย์จะผ่าตัดภายใต้กล้องโดยเจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้องเพื่อนำสายรัดกระเพาะอาหารที่มีบัลลูนด้านใน รัดบริเวณส่วนต้นของกระเพาะอาหารเพื่อให้กระเพาะอาหารส่วนบนมีขนาดเล็กลง นอกจากจะทำให้ผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานที่มากเกินไป และลดปริมาณอาหารที่บริโภคในแต่ละวันแล้ว ยังทำให้รับประทานอาหารและรู้สึกหิวน้อยลงด้วย ส่งผลให้น้ำหนักลดได้เองทีละน้อย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจะต้องเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน เพราะการควบคุมอาหารหลังผ่าตัดและการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่สำคัญเมื่อน้ำหนักลดลงได้ตามที่ต้องการ ผู้ป่วยสามารถถอด SAG-BAND ออกและคืนขนาดกระเพาะอาหารเหมือนเดิมได้

          ดังนั้น การผ่าตัดลดน้ำหนักด้วยวิธี SAG-BAND จึงนำไปสู่การดำรงชีวิตแบบมีสุขภาพดีมากขึ้น เพราะหลังจากน้ำหนักลดลงไป ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นจากโรคที่เป็นอยู่ กระฉับกระเฉงและคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มีบุคลิกภาพและความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เรียกว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจอย่างเห็นได้ชัด

          โรคอ้วนเป็นปัญหาที่คุกคามคนจำนวนไม่น้อย ถ้าการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นถึงทางตัน การผ่าตัดลดน้ำหนักก็น่าเป็นอีกทางเลือกที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะ SAG-BAND ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่น่าสนใจและให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  นิตยสารสวยด้วยแพทย์