16 วิธีรักษาชีวิตหลังแต่งงาน ให้คงความสุขเสมอ

Posted on 2019-01-24

16 วิธีรักษาชีวิตหลังแต่งงาน ให้คงความสุขเสมอ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            มีใครบ้างที่รู้สึกว่าชีวิตหลังแต่งงานมันไม่แฮปปี้เหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกันอยู่ บาง ทีอาจเป็นเพราะว่าก่อนแต่งงานคุณมีความคาดหวังเกี่ยวกับความรักเยอะ และยังไม่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนรักอย่างจริงจัง แต่ในเมื่อคนสองคนได้ตกลงที่จะเดินร่วมทางด้วยกันแล้ว ถ้าจะให้ไปได้สวยก็ต้องรู้จักวิธีที่จะทำให้ตัวเองและคนรักรู้สึกมีความสุข ไปด้วยกัน

            เอ้า! แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดีนะ ที่จะทำให้ชีวิตรักหลังแต่งงานยังคงแฮปปี้เหมือนกับที่คาดหวังเอาไว้ อยากรู้ก็ตามเราเข้าไปหาคำตอบกันเลยจ้า...

1. การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ตัวคุณ ไม่ใช่ตัวเขา

            อยากให้เขาช่วยซักผ้าบ้างจัง อยากให้เขาเอาใจมากกว่านี้หน่อย...เรื่องแบบนี้คิดแทบตายก็ยิ่งปวดหัว เพราะรู้แน่ว่าหากไปขอตรง ๆ เขาคงจะไม่ทำให้อย่างใจหรอก เพราะฉะนั้น จึงรอเวลาที่คุณสามีอยากใส่เสื้อตัวโปรด แต่มันยังอยู่ในตะกร้าผ้า แล้วพูดออกไปเลยว่า "อยากให้ฉันช่วยซักไหมคะ มาดูนี่สิ แค่ใช้เครื่องซักผ้าซักง่ายจะตายไป" หรือถ้าอยากให้เขาเอาใจมาก ๆ คุณก็เป็นฝ่ายเริ่มเอาใจเขาก่อนเลย รับรองว่าต้องได้ผลลัพธ์หวาน ๆ หรือลูกอ้อนของคุณสามีกลับมาแน่นอน

2. เล่นตามกฎของเขาบ้าง

            เท่า ที่ดูจากหลาย ๆ คู่ ผู้ที่ตั้งกฎในบ้านส่วนใหญ่ล้วนมาจากฝ่ายหญิงทั้งนั้น ซึ่งก็ทำให้คุณผู้ชายอึดอัดได้ไม่น้อยเลยล่ะ ลองให้เขาเป็นฝ่ายออกกฎบ้าง จะให้ดีก็ควรจะเป็นคนละครึ่ง ตัวอย่างกฎของเขา เช่น วันเสาร์คือวันสบาย จะไม่มีการจิกให้ลุกขึ้นมาทำงานบ้านเด็ดขาด ถึงจะเป็นกฎที่ฟังดูน่าหงุดหงิดใจสำหรับคุณแม่บ้าน แต่ก็ลงให้เขาสักหน่อยเถอะ มันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรนักหนานี่นา

3. เปลี่ยนตัวเองจากภายใน

            หลังแต่งงานชีวิตหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไป คุณต้องเปลี่ยนไปอยู่บ้านใหม่ พบเพื่อนบ้านใหม่ มีความรับผิดชอบใหม่ในหน้าที่ภรรยา ฯลฯ หลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนไปอาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดใจได้ และในเมื่อคุณไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบตัวที่แวดล้อมคุณอยู่ได้ ทำไม ไม่ลองหันมาเปลี่ยนแปลงจากภายในดูล่ะ เช่น เปลี่ยนทัศนคติ ปรับระดับความพึงพอใจให้อยู่ในระดับที่ไปถึงได้ง่าย รับรองจะทำให้มีความสุขมากขึ้นแน่นอน

4. ดูแลตัวเองให้ดูดี

            เรื่องนี้ความจริงแล้วไม่น่ายากสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่รักสวยรักงามและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว รักษาผิวพรรณ ผมเผ้า หน้าตา ให้ดูดีเข้าไว้ อย่างน้อย ๆ ก็ให้เหมือนกับตอนก่อนแต่งงาน ต่อให้บอกว่ารักกันเพราะจิตใจ แต่คุณผู้ชายคนไหนก็อยากได้ภรรยาสวย ๆ ทั้งนั้นแหละ

5. เปิดใจพูดตรง ๆ โดยไม่ตั้งแง่หรือโกรธกัน

            ยามที่ทะเลาะกันนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเพราะทนนิสัยหรือพฤติกรรมที่เรา (หรือเขา) คิดว่าอีกฝ่ายทำไม่ดี และจากที่เคยทนมาตลอดมันก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เลยทำให้ระเบิดลงจนทะเลาะกันยกใหญ่ ถ้า อย่างนั้นมันจะดีกว่าไหม ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกไม่โอเค ก็พูดกันตรง ๆ แต่ขอให้พูดแบบไม่ชวนทะเลาะ ไม่ชวนโมโห หรือไม่ใช้น้ำเสียงตำหนิ และหากคุณเองที่เป็นฝ่ายโดนติติง ก็อย่าได้ทำตัวเป็นคนขี้แพ้ชวนตีด้วยนะ รับฟังและปรับปรุง หรือไม่ก็ชี้แจงเหตุผลให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วยดีนะจ๊ะ

6. ไม่รื้อฟื้นเรื่องความผิดพลาดเก่า ๆ

            เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้แล้วกันไป จะมีประโยชน์อะไรที่จะขุดคุ้ยเรื่องเดิม ๆ ขึ้นมาต่อว่าให้อีกฝ่ายได้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่ไม่จบไม่สิ้น เห็นอยู่บ่อยนักเชียวกับที่คู่รักที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว ถ้าเรื่องมันเกิดขึ้นนานแล้ว เคลียร์แล้ว จบแล้ว ก็ปล่อยให้มันจบและทิ้งมันเอาไว้ตรงนั้นดีกว่านะ

7. ทำให้มากกว่าพูด

            ยอมรับตัวเองจริง ๆ ว่าเป็นคนชอบพูดชอบบ่น เห็นอะไรขัดหูขัดตาก็ต้องบ่นไปซะทุกครั้ง คุณผู้ชายเขาฟังแล้วก็พาลรู้สึกอารมณ์เสียไปด้วย เปลี่ยนจากการบ่นเป็นการลงมือทำดีกว่าไหม ทำให้มากกว่าพูด...ดูดีกว่ากันเยอะเลย แถมยังได้ผลสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเห็นผลชัดเจน หรือหากแม้คุณจะพูดมาก บ่นเยอะ แต่ก็ลงมือทำด้วย ถ้าอย่างนั้นคุณก็ทำได้ดีอยู่แล้วล่ะค่ะ เพียงแต่ว่าลดการพูดลงมาอีกสักนิด จะเพอร์เฟคท์เลยทีเดียวล่ะ

8. ยอมรับจุดด้อยของอีกฝ่ายได้

            คนเราเมื่อได้อยู่ด้วยกันก็ทำให้เห็นตัวตนจริง ๆ ของกันและกันมากขึ้น คุณสามีของคุณอาจนอนกรน ซดน้ำแกงเสียงดัง หรือเหงื่อออกง่ายแถมยังมีกลิ่นตัวอีก แหม...ฟังดูแล้วเป็นคุณสมบัติที่ไม่น่าพึงพอใจ แต่ถ้าคุณรับมันได้โดยไม่มีเงื่อนไข มันก็แสดงให้เห็นว่าความรักของคุณมันยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เรื่องบกพร่องของเขาดูเล็กน้อยไปเลยซึ่งนี่เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตคู่กัน

9. เข้าใจไว้นะ ผู้ชายยังไงก็เหมือน ๆ กัน

            เรื่องบางเรื่องคุณก็ต้องทำใจ ว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยยังไงก็เป็นเหมือนกัน พวกเขาอาจไม่เข้าใจเรื่องละเอียดอ่อน หรือเรื่องที่อ่อนไหวเท่าไหร่ แต่อย่าพาลไปโมโหโทโสเขาเลย นี่เป็นปัญหาที่คุณภรรยาทุกคนต้องเจอไม่ต่างกันเลยจ้ะ

10. ชื่นชมความแตกต่างของเขา

            ถึงแม้หลาย ๆ เรื่องผู้ชายจะเป็นเหมือนกันทุกคน แต่ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่มีความแตกต่างกันไปตามแต่ตัวบุคคล เช่น สามีของคุณรักสัตว์ ปลูกต้นไม้เก่ง ทำอาหารรสชาติเยี่ยม ฯลฯ นั่นก็เป็นจุดเด่นของเขาที่คุณควรชื่นชม และเชื่อเถอะว่าคุณผู้ชายจะรู้สึกหัวใจพองฟูมากทีเดียว ยามได้รับคำชมจากปากของคุณว่าเขาเก่ง เขาเจ๋งกว่าใคร ๆ

11. อย่ามองความรักเป็นของตาย

            อย่าคิดว่าเมื่อแต่งงานกันแล้ว ยังไงเสียเขาก็จะเป็นคู่ของคุณตลอดไป การคิดเช่นนี้เสี่ยงที่จะทำให้คุณละเลยการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เอาใจเขาบ้าง ถนอมน้ำใจเขาหน่อย นี่แหละคือสิ่งที่จะบำรุงความรักของคุณทั้งสองได้ตราบนานเท่านาน

12. การแต่งงานไม่เหมือนการออกเดท

            การแต่งงานไม่ได้มีแต่เรื่องหวานแหววโรแมนติก เหมือนยามที่คุณออกเดทตอนสมัยยังเป็นแฟนกันหรอกนะ ชีวิตคู่จริง ๆ นั้นมีหวาน มีขม มีทั้งความสุขและทุกข์จากปัญหาที่ต้องเผชิญปะปนกันไป ทำความเข้าใจกับมัน และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุก ๆ แบบ ทั้งที่ดีและไม่ดีที่จะตามมาดีกว่า ^^

13. หยุดพฤติกรรมชี้นิ้วสั่ง

            คุณอาจติดนิสัยที่ใคร ๆ คอยเอาใจมาแต่ไหนแต่ไร แค่ชี้แล้วสั่งก็มีคนทำให้เสมอมา แต่กับความสัมพันธ์ของคนสองคนนั้น คุณไม่ได้เป็นฝ่ายออกคำสั่งแล้วจะได้ดังประสงค์ตลอดเวลา รับรองว่าขืนทำนิสัยอย่างนี้ ชีวิตแต่งงานเห็นทีจะอยู่กันไม่ยืด อย่าสั่งให้เขาทำอย่างนี้อย่างนั้น แม้ว่าคุณจะพิจารณามาแล้วว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรทำ เพราะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่ชอบถูกใครบังคับ ไม่ชอบการออกคำสั่ง พูดกับเขาดี ๆ อยากให้เขาช่วยอะไรให้ใช้คำเชิงขอร้องที่น่าฟังจะดีกว่านะ

14. ไม่พูดคำที่กระทบความภาคภูมิใจของเขา

            เพศ ชายเป็นเพศที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เรียกว่ามีความภาคภูมิและมีอีโก้อยู่ในตัวเองพอประมาณ อะไรที่เขาทำเต็มที่ เขาย่อมมั่นใจว่ามันจะออกมาดีเสมอ ซึ่งคำพูดบางคำของคุณอาจทิ่มแทง ความมั่นใจของเขาได้ แม้คุณจะไม่ตั้งใจก็ตาม หากเขาช่วยคุณกวาดบ้าน ถึงแม้มันจะไม่สะอาดเอี่ยมอ่องก็เถอะ แต่แทนที่จะพูดว่า "ยังมีฝุ่นอยู่เลยนะ" เปลี่ยนเป็น "สะอาดขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ลองกวาดตรงนี้อีกนิดนึงรับรองเยี่ยมเลยล่ะ" รับรองว่าจะทำตามแบบเต็มใจทีเดียว

15. ไม่เล่นสงครามประสาทกับเขา

            ผู้หญิงเวลางอนมักไม่ชอบบอกว่าเรื่องอะไร ไม่แม้กระทั่งบอกด้วยซ้ำว่าฉันกำลังไม่พอใจอยู่นะ แต่มักจะเงียบ นิ่งเฉย ไม่พูดไม่จา ถามคำตอบคำ เหมือนจะประชดกดดันให้คุณสามีได้รู้ตัวว่าเขากำลังทำอะไรให้คุณไม่ชอบใจอยู่ แต่ผู้ชายกลับเกลียดสงครามประสาทแบบนี้เป็นที่สุด นอกจากจะทำให้เสียบรรยากาศภายในบ้านแล้ว เขาก็ยังไม่รู้ด้วยว่าความจริงแล้วเขาทำอะไรผิดกันแน่ ดีไม่ดีปล่อยคุณงอนเก้อแบบไม่ง้อให้เสียเวลาด้วย เพราะฉะนั้น หาก คิดว่าเขาทำอะไรผิดและคุณไม่ชอบใจ ก็บอกเขาไปตรง ๆ เถอะนะ อย่ามาทำปั้นปึงอย่างนี้เลย เวลาเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้แล้วสามีคนไหนจะอยากเข้าไปยุ่งด้วย จริงไหม?

16. หยอดคำหวานใส่เขาบ้าง

            ผู้ชายก็รักที่จะได้ยินคำหวาน ๆ เหมือนกัน ชมเขาให้ได้ชื่นใจบ้างว่าคุณเป็นคนรักที่ดีจัง หรือไม่ก็หยอดคำชมผสมความเซ็กซี่ลงไปให้รักมันกระชุ่มกระชวย แบบว่า "ที่รักของฉันจูบเก่งจังเลย" หรือ "คุณใส่เสื้อกล้ามแล้วเซ็กซี่จังนะ" รับรองว่ามันสูบฉีดระดับความหวานให้กับรักของคุณได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

            แต่งงานอยู่กินด้วยกันแล้วทั้งที ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ทำความเข้าใจ และปรับตัวเข้าหากันด้วยบ้าง เขาพยายามครึ่งทาง คุณก็พยายามอีกครึ่งหนึ่ง แล้วอย่างนี้ชีวิตรักหลังแต่งงานจะไม่แฮปปี้ได้อย่างไรล่ะคะ

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม