ทำอย่างไรไม่ให้รักต้องช้ำซ้ำสอง

Posted on 2019-05-15

ทำอย่างไรไม่ให้รักต้องช้ำซ้ำสอง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          คนเรานั้นเมื่อผิดหวังกับการมีความรักและสร้างครอบครัวในครั้งแรกแล้ว จะยังประสบความสำเร็จกับความรักและการสร้างครอบครัวครั้งต่อ ๆ ไปได้หรือไม่? 

          คำ ถามนี้ถูกถามกับชาวอังกฤษ แม้แหล่งข่าวอย่างเดลิเมลจะไม่ได้บอกผลว่าคนส่วนใหญ่ตอบกันเช่นไร แต่ผลการสำรวจที่น่าตกใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ ก็คือ 45% ของคนที่แต่งงานกันครั้งแรกจบลงด้วยการหย่าร้าง และมันไม่ได้ดีขึ้นเลยเมื่อผ่านเข้าสู่การแต่งงานครั้งถัด ๆ ไป ซึ่ง 67% และ 73% ของผู้ที่แต่งงานครั้งที่สองและสามตามลำดับ ต่างก็จบด้วยลงด้วยการหย่าร้างเช่นกัน

          ซู ซาน ควิลเลียน นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องการเลิกราหย่าร้างที่เกิดขึ้นในคู่ที่ผ่านการแต่งงานมา แล้วมากกว่าหนึ่งครั้งว่า การได้เลิกราก้าวออกมาจากชีวิตใครแล้วครั้งหนึ่ง จะทำให้การเลิกราครั้งต่อไปเป็นไปได้ง่ายขึ้น หรือถ้าคุณมีความรู้สึกหวาดหวั่นติดมาจากความรักครั้งที่แล้ว ก็สามารถทำให้รักครั้งนี้ของคุณกระท่อนกระแท่นได้ และประการสุดท้ายคือ หากไม่ได้ให้เวลาอย่างเพียงพอในการรักษาเยียวยา ฟื้นฟูจิตใจที่บอบช้ำจากเดิมให้หายดีเสียก่อน โอกาสที่จะเลือกคนพลาดอีกในความสัมพันธ์ครั้งใหม่ก็มีสูง ทั้งนี้ แม้ว่าคุณจะไม่เข้าข่ายใด ๆ ในสามข้อที่กล่าวมานี้เลย แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรล่ะ ว่าคู่รักของคุณก็เป็นเช่นเดียวกัน ?

          เพื่อ หาทางออกให้กับปัญหาที่สุดแสนจะน่าเป็นห่วง และเป็นที่วิตกกังวลแก่คู่รักมือเก่าที่กำลังมีรักครั้งใหม่ ลินดา เคลลี่ ผู้เขียนบทความชิ้นนี้และคอลัมนิสต์ประจำเรื่องผู้หญิงของเดลิเมล ผู้ผ่านการแต่งงานและหย่าร้างมาแล้วสองครั้ง ปัจจุบันกำลังแก้ตัวใหม่และไปได้สวยกับคนรักในตอนนี้มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว จึงมาแชร์ประสบการณ์ตรงของเธอว่า ควรจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตคู่ไว้ไม่ให้อับปางอีกซ้ำสอง (หรือซ้ำสาม) และนี่คือสิ่งที่เธอได้แชร์ให้เราฟังกันค่ะ

 1. โลกไม่ได้หมุนรอบตัว "ฉัน" คนเดียว

          ชีวิต คู่ครั้งแรกของเธอดูไม่ค่อยเป็นที่ปรารถนาสำหรับคนรักกันเท่าไหร่นัก เมื่อเธอและสามีต้องแยกกันอยู่เนื่องด้วยหน้าที่การงาน เขาทำงานอยู่ไกลและกลับบ้านแค่ช่วงสุดสัปดาห์ ในขณะที่เธออยู่บ้านและเลี้ยงลูกชาย แฟนของเธอโทรกลับมาที่บ้านบ่อยครั้งในช่วงเย็น เพื่อจะได้ยินเสียงภรรยาและขอคุยกับลูกชายที่เขารัก แต่ลินดามักยุ่งและเหนื่อยกับงานบ้านเกินกว่าที่จะตั้งใจฟังจนจบว่าเขาต้อง การอะไร คิดเพียงว่าแค่อดทนรอจนถึงวันหยุดเท่านั้น แล้วครอบครัวก็จะสมบูรณ์พร้อมหน้า โดยละเลยเรื่องความรู้สึกในแต่ละวันของเขาไปเสียสิ้น นี่เป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ครั้งแรกของเธอ และสอนให้เธอจดจำมาจนบัดนี้ว่า "ให้ฟังความต้องการของคนอื่นบ้าง อย่าเหมาว่าที่ตัวเองคิดนั้นดีที่สุดแล้ว เพราะโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเราแค่คนเดียว"

 2. เรื่องในห้องน้ำเป็นเรื่องส่วนตัวเสมอ

          ก่อน หน้าที่จะมาอยู่ร่วมกัน คุณเคยรู้สึกว่าเรื่องในห้องน้ำมันเป็นเรื่องน่าอายและควรเป็นเรื่องมิดชิด เพียงใด หลังแต่งงานก็ควรจะทำให้มันเป็นเรื่องลับ ๆ เอาไว้อย่างนั้นเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแคะขี้ฟัน หรือบ้วนน้ำลายทิ้งในอ่างล้างหน้า ทุกครั้งจำเป็นราดน้ำตาม การโกนขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง เล็มแต่งขนในที่ลับ ก็ต้องจัดการกำจัดเศษขนที่ร่วงหล่นเหล่านั้นให้เกลี้ยง อย่าให้หลงเหลือติดตามก้อนสบู่ หรือคาอยู่ที่ฝาทางระบายน้ำ ฯลฯ ทำกิจกรรมอันใดปิดประตูล็อคให้มิดชิด และจัดการให้เรียบร้อยทุกครั้งก่อนออกจากห้องน้ำ คงไม่ดีหากให้คู่รักที่แม้จะขึ้นชื่อว่าสนิทชิดเชื้อและเป็นกันเองมากที่สุด ได้มาเห็นเข้า เชื่อเถอะว่ามันทำให้พลังรักดับมอดจนถึงขั้นติดลบเลยทีเดียว

 3. เซ็กส์...ช่วยปลุกความรักได้

          ก่อน หน้านี้เธอจัดเรื่องราวความสำคัญต่าง ๆ ในความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก และให้ "เซ็กส์" ตกไปอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของตาราง ลินดาไม่เชื่อว่าแค่เรื่องทางกายจะประสานใจให้แน่นเหนียวได้ ยิ่งอายุเริ่มมากแล้วเซ็กส์ยิ่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เวลาที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าเธอคิดผิดไปถนัด จริงอยู่ว่าเรื่องความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่มันก็สามารถกระชับความสัมพันธ์และถ่ายทอดความรู้สึกแก่กันได้ เช่นเดียวกับการจูบ การโอบกอด การสัมผัส สิ่งเหล่านี้ล้วนขาดไม่ได้ในคนที่รักกัน

 4. จู้จี้ขี้บ่น ตัวสร้างรอยร้าวชั้นดี

          ก่อน หน้านี้เธอเคยบ่นไม่ขาดปากเมื่อสามีซื้อมะเขือเทศผิดชนิดมาให้ เธอบ่นอุบเมื่อได้รับของขวัญเป็นต่างหูสีเงิน แทนที่จะเป็นสีทองที่เข้ากับผิวของเธอมากกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ได้เรียนรู้ว่าการเลือกที่จะเงียบ (แม้จะไม่ถูกใจ) แล้วกล่าวขอบคุณจะดีกว่า การทำตัวบ่นจุกจิกทุกเรื่องที่ไม่ถูกใจจะพาลให้เขาไม่อยากทำอะไรให้สักอย่าง และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคุณอีกเลย

 5. อย่าให้เวลากับตัวเองมากไปนัก

          ลิ นดาชอบใช้เวลาในโลกของตัวเอง เธอมีกลุ่มเพื่อนของเธอ มีกิจกรรมที่เธอรักจะทำ และมีคืนปาร์ตี้สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่บางครั้งเธอก็ลืมไปว่าเธอน่าจะให้เวลากับคนรักด้วยเช่นกัน เธอเคยคิดว่าการได้อยู่ห่างกันบ้างจะทำให้คิดถึงกันมากขึ้น และทำให้ความรักยังสดใหม่กระปรี้ประเปร่าอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิด เธอเดินออกมาใช้เวลากับตัวเองมากเกิน กว่าเธอจะเดินกลับไป เขาก็ตัดสินใจไปเสียแล้ว การใช้เวลาด้วยกันน้อยลงอาจเป็นเหตุผลที่ใช้เพื่อบอกว่าสร้างพื้นที่ส่วนตัว แก่กันและกัน แต่ก็ต้องระวังว่าที่ว่างนั้น มันเป็นแค่ช่องเล็ก ๆ หรือว่าเป็นหลุมขนาดใหญ่กันแน่

 6. เรื่องเงินก็สำคัญ

          ใคร ว่ารักกันแล้วเรื่องเงินไม่สำคัญนั้น ไม่จริง ไลฟ์สไตล์การใช้เงินของแต่ละฝ่ายมีส่วนทำให้ความรักนั้นมั่นคงหรือสั่นคลอน ได้ กับรักครั้งก่อน ๆ เมื่อเทียบกับคนรักแล้วลินดากลายเป็นคนประหยัดไปถนัดตา เมื่อสามีควักบัตรเครดิตออกจ่ายโดยยังไม่ทันดูบิลด้วยซ้ำว่าราคามันมากน้อย ขนาดไหน เมื่อถึงวิกฤติที่เงินเริ่มมีใช้ไม่คล่อง มันก็กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอกับสามีเก่าเลิกกัน ส่วนกับคนใหม่นั้น เขาเป็นคนที่ประหยัดกว่าเธอเสียอีก แต่อย่างไรก็ดีเธอกับเขาแยกกระเป๋าสตางค์กัน และต่างคนต่างพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้เงินของกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นทีเดียวสำหรับคนรัก โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ชอบช้อปปิ้ง

 7. การพูดคุย สิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่น

          แต่ ก่อนลินดาเป็นคนพูดน้อย แต่คนรักปัจจุบันของเธอเป็นคนช่างพูดทีเดียว และมักกระตุ้นให้เธอได้คุยโต้ตอบด้วยการซักถามความคิดเห็น จึงได้สนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่บ่อย ๆ และต่างคนต่างก็รู้สึกสนุกที่ได้ฟังความเห็นของอีกฝ่ายแม้ว่ามันจะไม่เหมือน กับที่ตัวเองคิดเอาไว้ก็ตาม ด้วยการพูดคุยเช่นนี้ทำให้เธอและเขาค่อย ๆ เรียนรู้กันไปอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และรู้ว่าควรจะปรับตัวเข้าหากันในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไร

          ทุก ๆ สิ่งที่ลินดาได้เรียนรู้มาตลอดความสัมพันธ์รัก ๆ ล่ม ๆ 2 ครั้ง และกับความรักครั้งปัจจุบัน ทำให้เธอรู้ว่า มันไม่เคยสายที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เรื่องจะแย่ทันทีที่คิดให้อีกคนเปลี่ยนแปลงเพื่อเธอ และมันทำให้รักครั้งปัจจุบันของเธอแข็งแรงขึ้นมาก แม้ไม่กล้าคาดหวังว่ารักครั้งนี้ของเธอจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แต่เธอก็มั่นใจว่ามันดีกว่าครั้งก่อน ๆ และก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะ

          คน ที่เคยอกหักมาและได้พบรักใหม่ลองเรียนรู้นำวิธีเหล่านี้ไปใช้ในการประคับ ประคองความรัก ส่วนคนที่เพิ่งจะเริ่มรักครั้งแรกก็เอาไปใช้ได้ไม่เสียหาย ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ต้องเริ่มต้นรักครั้งใหม่อีกเลยก็ได้นะ ;)

 

ข้อมูลจากกระปุกดอทคอม