เส้นผมเปื้อนเลือดของ ‘อับราฮัม ลินคอล์น’ มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 ล้านบาท

Posted on 2020-09-17

เส้นผมเปื้อนเลือดของ ‘อับราฮัม ลินคอล์น’ มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 ล้านบาท

มัดเส้นผมส่วนหนึ่งถูกตัดออกจากศีรษะของลินคอล์นในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยมัดเส้นผมนี้ถูกห่อด้วยกระดาษโทรเลขของกระทรวงการสงคราม ที่ลูกพี่ลูกน้องของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมีติดตัวไว้ในขณะนั้น

อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าวชื่อดัง CNN ซึ่งรายงานว่าในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา นั้นได้มีการจัดงานประมูลสิ่งของ และวัตถุทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ขึ้นในเมืองบอสตัน ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยภายในงาน หนึ่งในสิ่งของที่ถูกนำมาจัดประมูลคือ ‘มัดเส้นผมขนาด 2 นิ้วที่ปนเปื้อนเลือดจากศีรษะของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างอับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษโทรเลขอายุกว่ามากกว่าร้อยปี’ และสิ่งของชิ้นนี้นั้นถูกประมูลออกไปโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนามในราคาที่สูงถึง $ 81,250 หรือประมาณ สองล้านห้าแสนบาท

 

แน่นอนว่านอกจากมูลค่าของมัดเส้นผมนี้จะสร้างความตกใจให้กับสาธารณะชนแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความฉงนใจให้กับสาธารณะชนอย่างมากก็คือ เพราะเหตุใดมัดเส้นผมของชายผู้เป็นหนึ่งในตำนานของสหรัฐฯ ยังคงถูกเก็บไว้มานานจนถึงในปี 2020 นี้ โดยปราศจากการรับรู้ของสาธารณะชนในวงกว้าง และเรื่องราวเบื้องหลังคำตอบของความสังสัยนั้นก็คือ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์การลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ขึ้น ในวันรุ่งขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของอับราฮัม ลินคอล์น ร่างของอดีตประธานาธิบดีผู้นี้ถูกนำส่งไปเพื่อรับการตรวจชันสูตรศพ

 

โดยในระหว่างการตรวจชันสูตรร่าง เส้นผมจำนวนมัดนึงได้ถูกตัดออกมาจากศีรษะของลินคอล์น แม้จะไม่ทราบเกี่ยวกับผู้กระทำ หรือเหตุจูงใจที่แน่ชัดของผู้กระทำ หรือแม้แต่ผู้ร่วมกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้ว มัดเส้นผมนั้นได้ถูกส่งไปให้กับ ‘ดร. ไลแมน บีเชอร์ ท็อดด์’ (Lyman Beecher Todd) ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หรือภรรยาของอับราฮัม ลินคอล์น

 

แต่อย่างไรก็ตาม ณ เวลานั้น ดร. ท็อดด์ ไม่มีภาชนะใด ๆ ติดตัวที่พอจะสามารถใช้เพื่อเก็บมัดเส้นผมนี้ไว้ได้ นอกซะจากกระดาษโทรเลขที่เขาได้รับมาจากกระทรวงการสงคราม (War Department) ภายหลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหาร เท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา สิ่งของชิ้นนี้จึงถูกเก็บรักษาไว้ และส่งต่อกันไปในหลายชั่วอายุคนท่ามกลางเหล่าลูกหลานภายในตระกูล ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ได้ถูกจดบันทึกไว้จดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1945 โดย ‘เจมส์ เอ. ท็อดด์’ (James A. Todd) ผู้เป็นลูกชายของดร. ท็อดด์

 

ภาพ RR Auction

 

“คุณพ่อใช้กระดาษโทรเลขฉบับนี้ห่อมัดเส้นผมที่เปื้อนไปด้วยเลือด หรือไม่ก็ของเหลวบางอย่างจากบางส่วนของสมองเอาไว้ และใช้ดินสอเขียนกำกับชื่อมันเอาไว้อย่างเร่งรีบว่า ‘เส้นผมของ เอ. ลินคอล์น’” – เจมส์ เอ. ท็อดด์

“มัดเส้นผมนี้ ถูกตัดออกมาจากศีรษะของลินคอล์นในระหว่างการตรวจชันสูตรศพ และถูกส่งต่อมาให้กับคุณพ่อของผม ตั้งแต่นั้นมา ครอบครัวของเราก็ได้เก็บรักษาของชิ้นนี้เอาไว้” – เจมส์ เอ. ท็อดด์

เมื่อพูดถึงการจัดประมูลสิ่งของ วัตถุโบราณ หรือสิ่งใดก็ตามที่มีคุณค่าทางประวัติศาตร์อย่างมากมายมหาศาล ดังเช่นมัดเว้นผมของอับราฮัม ลินคอล์นนี้ ‘การตรวจสอบ’ ว่าสิ่งของดังกล่าวคือของจริงหรือไม่นั้นคือสิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญมากที่สุด และก็เป็นขั้นตอนที่ยากลำบากมากที่สุดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับมัดเส้นผมนี้ การมีอยู่ของมันอาจฟังดูเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แม้จะต้องย้อนเล่าย้อนไปถึงช่วงเวลาในขณะที่ ‘จอห์น วิลค์ส บูธ’ (John Wilkes Booth) ได้ทำการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีลินคอล์น ณ โรงละครฟอร์ด ในเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ตาม ‘มัดเส้นผมของลินคอล์น’ ก็ยังคงสามารถกล่าวได้ว่า เป็นสิ่งของที่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าเป็นของจริง

ในกรณีนี้ บ๊อบบี้ ลิฟวิงสตัน (Bobby Livingston) รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของงานประมูลที่ถูกจัดขึ้น ได้กล่าวไว้ว่า

“หากพูดถึงเส้นผมของอับราฮัม ลินคอล์นแล้ว ‘การพิสูจน์หลักฐานที่มา’ ของมันเรียกได้ว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราต้องทำ และในกรณีนี้ เราก็มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นของจริง เราสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันถูกเก็บรักษาไว้โดบสมาชิกในครอบครัวของลินคอล์นเอง”

อีกทั้ง เมื่ออ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าว ABC News แล้ว ดร. ท็อดด์ นั้นได้รับกระดาษโทรเลขจากกระทรวงการสงครามภายในคืนที่เกิดเหตุการณ์การลอบสังหารจริง ซึ่งโทรเลขนั้นได้ถูกส่งออกไปโดย ‘จอร์จ เอช. คินเนียร์’ (George H. Kinnear) หรือผู้ช่วย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเคนทักกี้ ที่ ดร. ท็อดด์ ทำงานให้ในเวลานั้น

และด้วยเหตุนี้ การสามารถหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ยืนยันการมีอยู่จริงของมัดเส้นผมของลินคอล์นนี้ได้ ส่งผลให้บริษัทที่ทำการจัดงานประมูลได้ทำการคาดหวังไว้ว่ามูลค่าการประมูลของมัดเส้นผมนี้จะต้องสูง

มากอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับต้องประหลาดใจที่ได้รับรู้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว มัดเส้นผมนี้ถูกประมูลออกไปด้วยมูลค่าที่สูงกว่า $ 75,000

อย่างไรก็ตาม ผู้คนมากมายอาจยังคงสงสัยในส่วนของเหตุผลที่ว่าทำไมมัดเส้นผมนี้ถึงส่งต่อไปให้กับ ‘ดร. ท็อดด์’ ผู้ซึ่งเป็นเพียงเครือญาติห่าง ๆ ของลินคอล์น ซึ่งเกี่ยวข้องกันด้วยสายสัมพันธ์จากการแต่งงานเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุผลนั้น คำตอบของคำถามนั้นมีเพียงว่า ‘สำหรับอับราฮัม ลินคอล์นแล้ว ดร. ท็อดด์ ไม่ใช่แค่ญาติที่ห่าง ๆ คนหนึ่งที่รู้จักจากการแต่งงานเพียงเท่านั้น’ เพราะสายสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างลินคอล์น และดร. ท็อดด์ นั้นเป็นหนึ่งในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่หลาย ๆ คนทราบกันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวในช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สงครามกลางเมืองขึ้น ที่เมืองเล็กซิงตัน ณ รัฐเคนทักกี้

โดยหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ได้รับการยืนยันคือ หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 1861 ได้จบลง ลินคอล์นนั้นได้เป็นผู้รับรอง ที่สนับสนุนให้ ดร. ท็อดด์ ได้รับการเลือก และถูกแต่งตั้งเป็นบุรุษไปรษณีย์ในสำนักงานที่เมืองเล็กซิงตัน รัฐเคนทักกี้ อีกทั้ง ดร. ท็อดด์ นั้นยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่เคียงข้างลินคอล์น ในขณะที่เขากำลังหมดลมหายใจลงภายในบ้านปีเตอร์เซน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งถนนจากโรงละครฟอร์ดอีกด้วย

 

ในกรณีนี้ เจมส์ เอ. ท็อดด์ ได้ยืนยันผ่านข้อความในจดหมายของเขาว่า

“คุณพ่อของผมได้เดินทางไปที่บ้านปีเตอร์เซนพร้อมกับ พันเอก วินเซนต์ พวกเขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของลินคอล์นจนกระทั่งถึงเวลาในตอนเช้าของวันถัดไป”

อีกทั้งยังได้บอกเล่าเพิ่มเติมอีกว่า คุณพ่อของเขานั้นยังได้เข้าร่วมทั้งในกระบวนการตรวจชันสูตรศพ และกระบวนการนำส่งร่างของลินคอล์นกลับไปยังทำเนียบขาว รวมถึงเข้าร่วมพิธีศพที่จัดขึ้นในเมืองสปริงฟิลด์ รัฐอิลลินอยส์อีกด้วย

แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงในปัจจุบัน ชื่อของอับราฮัม ลินคอล์นยังคงได้รับการพูดถึง และเป็นหัวข้อที่สามารถสร้างทั้งอิทธิพล และดึงดูดความสนใจของผู้คนได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่มีความสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติสหรัฐฯ แม้กระทั่งกับบทประพันธ์ ‘Bixby Letter’ ที่ยังคงคลุมเครือซึ่งเขียนโดยลินคอล์น ข่าวลือเรื่องพฤติกรรมที่มีแนวโน้มเป็นไปในทางการรักเพศเดียวกัน จนมาถึงมัดเส้นผมเปื้อนเลือดนี้ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะชน ตลอดระยะเวลากว่า 155 ปีมานี้ ชื่อของอับราฮัม ลินคอล์น ไม่เคยหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เลย และมีแต่จะได้รับการเปิดเผยข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่มา

https://allthatsinteresting.com/